Posts filed under: จิตวิทยามาร์เก็ตติ้ง

 eCRM คืออะไร ? หลายท่านคงเคยได้ยินกันบ้างกับคำว่า CRM Customer Relationship Management ก็คือ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่านั่นเอง จำได้ไหมครับว่าแก่นกระพี้ข้อที่ 2 พูดถึง Buying Funnel Funnel ที่อยู่ล่างสุดก็คือคนที่เป็นลูกค้าซื้อซ้ำแล้วอยู่ในแบรนด์ของเรา รักแบรนด์ของเราแล้ว แล้วซื้อซ้ำ แล้วบอกต่อ กลุ่มนี้เป็นปริมาณน้อยก็จริง แต่ว่าเราต้องหาวิธีที่จะทำการตลาดซ้ำกับกลุ่มนี้ และเราต้องพยายามทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นคนที่ช่วยเราทำการตลาดด้วย ดังนั้น เรื่องทำ eCRM จึงสำคัญมาก ที่มีคำว่า E ขึ้นมาก็คือ พอเป็นยุคอินเตอร์เน็ตก็มี E แทรกเข้ามา ด้วยอยู่ข้างหน้า เหมือน E-commerce E-Marketing E-Mail อะไรอย่างนี้ นี่ก็คือคร่าวๆ...
Continue Reading →
เรื่องเล่าในคลาสของผม… ปกติในคลาส ผมจะสอนให้ทำคอนเทนต์ประเภทหนึ่ง ผมตั้งชื่อว่า “ฮีโร่คอนเทนต์”  ฮีโร่คอนเทนต์เป็นคอนเทนต์ที่เรา มีจุดมุ่งหมายว่าเรายิงออกไปแล้ว และจะทำให้คอนเทนต์นี้ มีคนแชร์เยอะ ๆ แต่ในขณะที่คนแชร์เหล่านั้น ต้องเป็นคนที่ถูกกลุ่มเป้าหมายด้วย และมันควรจะต้องเกิดผลประโยชน์กับธุรกิจเรา ในระยะสั้น กลาง ยาวด้วย อันนี้คือความหมายของฮีโร่คอนเทนต์แบบคร่าว ๆ ทีนี้ลูกศิษย์ท่านนี้ก็เรียนไป แล้วก็ไปทำฮีโร่คอนเทนต์ เวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากจบคอร์ส ลูกศิษย์ท่านนี้ก็ทักเข้ามาหาผมแล้วบอกว่า “ดีใจมากเลยนะครับ ทำคอนเทนต์ได้ประมาณ 3,000 แชร์” ซึ่งในคลาสผมต้องเรียนตามตรงว่า การทำฮีโร่คอนเทนต์ ผมสามารถสอนได้ก็จริง แต่ว่าการที่จะทำให้ได้จริง ๆ มันไม่ง่าย เป็นไปได้นะ แต่ว่าไม่เรียบง่าย เพราะว่าเราต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะ แล้วก็ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจในตัวลูกค้าในการทำคอนเทนต์...
Continue Reading →
จริง ๆ มันมีหลายมุมมองมาก ๆ อยู่ที่เรามองมุมไหน? “ถ้าเรามองมุมแบบคุ้มไม่คุ้ม” เรื่องความคุ้มก็คือเหมือนเรื่องการลงทุน คือถ้าเราลงแล้วเราได้กำไร เราก็ถือว่าคุ้ม ใช่ไหม? ถ้าเราลงแล้วขาดทุนก็ถือว่าไม่คุ้ม แต่ทีนี้สมมติเราลงแล้วไม่ได้กำไร แต่แบรนด์เราดังขึ้น มีความน่าเชื่อถือขึ้น อย่างนี้เราเรียกคุ้มหรือเปล่า? “บางคนอาจจะบอกว่าคุ้ม” “บางคนอาจจะบอกว่าคำว่าดัง คำว่ามีคนเชื่อถือขึ้น มันจับต้องไม่ได้มันเหมือนลอย ๆ วัดไม่ได้” เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่าเขาเชื่อเราหรือไม่เชื่อเราหรือว่าแบรนด์เราดังแค่ไหน! จริง ๆ มันพอจะมีวิธี แต่ว่าถ้าเราทำแบบเล็ก ๆ มันก็ยากหน่อย ถ้าทำใหญ่ ๆ มันจะมีเครื่องมือวัดความดังเรา ดังนั้น ถ้าเอาเบื้องต้นก่อน ถ้าในมุม SME ถ้าถามผมคือการจ้าง เน็ตไอดอล เราก็ควรคิดว่าครั้งนี้เราจะเอาคุ้มเป็นตัวเงินไหม ถ้าเราจะเอาคุ้มเป็นตัวเงินเดี๋ยวต้องบอกก่อนนะว่า ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง...
Continue Reading →
  ทำออฟไลน์อยู่แล้ว แล้วมาทำออนไลน์ควรเริ่มต้นจากอะไร? ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ผมจะบอกข้อได้เปรียบของคนที่เป็นอย่างนี้ก่อน คือเนื่องจากการตลาดออนไลน์ บางคนรู้วิธีทำการตลาดหรือว่าศึกษาวิธีทำการตลาดแต่ว่าทำธุรกิจไม่เป็น คนแบบนี้ก็มีนะ ซึ่งแต่ก่อนผมก็เคยเป็นคนอย่างนั้น เพราะว่ามันเริ่มง่าย แค่เปิดเว็บ เอาของลงเอารูปขึ้น หรือเรามี Facebook ตัวเอง เราจะโพสต์อะไรอยากจะขายอะไร มีใครสนใจซื้อบ้าง อันนี้มันก็คือเราทำการตลาดออนไลน์แล้ว แต่ว่าเนื่องจากมันเริ่มง่าย แต่เขาไม่รู้วิธีการทำธุรกิจอื่น ๆ หรือว่าไม่เข้าใจเรื่องพื้นฐาน เกี่ยวกับสินค้าตัวเองว่า “ลูกค้าเขาอยากซื้อเพราะอะไร” “คนแบบไหนที่มักจะกลายเป็นลูกค้าเรา” แบบนี้เขาจะเสียเปรียบเรา เพราะว่าคนที่ทำออฟไลน์แสดงว่าคุณเคยขายของอยู่ที่หน้าร้านคุณอยู่แล้ว หรือว่าคุณเคยขายของด้วยวิธีออฟไลน์อยู่แล้ว เช่น แบบมีเซลล์วิ่งขาย มีคนโทรติดต่อเข้ามาเดินผ่านหน้าร้านเข้ามา หรือว่าไปลงตามนิตยสาร ตามบิลบอร์ด ถ้าเกิดว่าคุณเป็นคนที่ พูดง่าย ๆ ว่าสินค้าหรือธุรกิจคุณ คือ เคยถูกพิสูจน์มาแล้วว่ามันขายได้ คือมีลูกค้าเข้าอยู่แล้ว...
Continue Reading →
นี่คือคำถามยอดฮิตที่มีคนถามผมในทุกคลาสที่ผมสอน จากประสบการณ์ที่ผมทำออนไลน์มา 8-9 ปี ผมพบว่าคำถามนี้มักจะมาจาก SME ที่ “กำลังเติบโต” หรือ “โตแล้ว” มักจะไม่ค่อยมาจาก “SME ที่พึ่งเริ่มต้น” เหตุผลอาจจะเพราะ SME ที่พึ่งเริ่มต้นขอแค่ขายให้ได้กำไรไปทุกวันในช่วงแรกๆก็พอใจแล้ว แต่ SME 2 แบบแรกนั้นไม่ใช่ เพราะโดยมากจะต้องการ “แผนหรือแนวทางระยะกลาง” เช่น 3 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อที่จะได้วางแผนในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายกับส่วนอื่นๆในบริษัทได้ถูก คำตอบของผมนั้น เอาแบบสั้นๆก็คือ งบค่าโฆษณาควรอยู่ที่ประมาณ 3-10% ของยอดขาย ลูกค้าผมส่วนใหญ่ที่เป็น SME ตัวเลขมักจะอยู่ที่ประมาณนี้ สมัยก่อนผมตั้งคำถามกับตัวเลขสัดส่วนค่าโฆษณาของยอดขายนี้ว่า ทำไมต้องเป็น 3-10% ของยอดขาย? เป็นอย่างอื่นได้ไหม?...
Continue Reading →