แจก 6 สูตรเขียน Headline Google Ads ฉบับปี 2026 แบบมือโปร

ปัญหาโลกแตกของคนยิงโฆษณาหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องการเซ็ตกลุ่มเป้าหมาย แต่คือการตามหา “สูตรเขียน Headline Google Ads” ที่เขียนแล้วคนอยากคลิกจริง ๆ ครับ เพราะต่อให้เราตั้งค่าโฆษณาดีแค่ไหน เสียเงินค่าประมูล (Bidding) ไปเท่าไหร่ แต่ถ้า “ข้อความ” (Ad Copy) ไม่ดึงดูด เงินที่คุณจ่ายไปก็อาจสูญเปล่าได้ง่ายๆ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ทำไมต้องใส่ใจ Headline มากกว่าส่วนอื่น? (Deep Dive)

David Ogilvy บิดาแห่งวงการโฆษณาเคยกล่าวไว้ว่า “เมื่อคุณเขียนหัวข้อโฆษณาเสร็จ นั่นหมายความว่าคุณได้ใช้เงินไปแล้ว 80 เซนต์จากเงิน 1 ดอลลาร์”

ในยุค Digital Marketing ปี 2026 พื้นที่ Headline คือสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุด มันคือด่านหน้าที่มีผลต่อ CTR (Click-Through Rate) โดยตรง และ CTR นี่เองคือตัวแปรสำคัญในสมการ Ad Rank ของ Google

  • CTR สูง = Google มองว่าโฆษณาของคุณมีคุณภาพและตรงใจผู้ใช้

  • Quality Score สูงขึ้น = Google ให้รางวัลคุณ

  • CPC (Cost Per Click) ต่ำลง = คุณจ่ายเงินน้อยลงเพื่อได้อันดับที่ดีกว่าคู่แข่ง

Google ให้พื้นที่เรามาจำกัดเพียง 30 ตัวอักษรต่อบรรทัด (จำนวน 3 บรรทัด แต่แสดงผลจริงมักจะแค่ 2 บรรทัดบนมือถือ) นี่คือความท้าทายขั้นสุด! หากคุณเขียนแบบไม่มีหลักการ “ใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่า” หรือ “สื่อสารไม่ตรงประเด็น” คุณกำลังทิ้งโอกาสทองในการเปลี่ยนคนค้นหาให้เป็นลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย

วันนี้ผมรวบรวม 6 สูตรลับ ที่เอเจนซี่ชั้นนำและ Top Advertiser นิยมใช้ พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังทางจิตวิทยา เทคนิคการใช้ “ตัวเลข” และ “Checklist ขั้นสูง” เพื่อหยุดนิ้วโป้งลูกค้าให้อยู่หมัดครับ

Table of Contents

1. สูตร "The Standard Hybrid" (สูตรเขียน Headline Google Ads แบบมาตรฐาน ครบจบ)

🎯 เหมาะสำหรับ : ธุรกิจบริการทั่วไป, SME, รับเหมา, ช่างซ่อมต่างๆ, ร้านอาหาร, บริการขนส่ง

นี่คือสูตร “กันตาย” ที่ใช้ได้ผลเสมอและเป็นรากฐานของทุกแคมเปญที่ดี เพราะมันตอบคำถามพื้นฐานในใจลูกค้าได้ครบ 3 มิติ “คุณทำอะไร? (Relevance) เชื่อถือได้ไหม? (Trust) และราคาเท่าไหร่? (Offer)” หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ลูกค้าอาจลังเลที่จะคลิกเนื่องจากข้อมูลไม่ครบถ้วน 

โครงสร้างสูตรและจิตวิทยาเชิงลึก

  • H1 (Relevance) : [Keyword] + [สถานที่/จุดเด่น]

    • จิตวิทยา (Confirmation Bias): สมองคนเรามองหาสิ่งที่ยืนยันความคิดตัวเอง เมื่อเขาพิมพ์คำว่า “รับสร้างบ้าน” แล้วเจอคำนี้ทันทีใน Headline สมองจะสั่งการว่า “นี่แหละที่ฉันหาอยู่” การใส่ชื่อสถานที่ (Location) ยังช่วยเพิ่ม Local SEO Relevance ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าบริการนี้ “เข้าถึงได้” และ “อยู่ใกล้ตัว”

  • H2 (Trust): [ประสบการณ์] + [จำนวนลูกค้า]

    • จิตวิทยา (Authority & Social Proof): มนุษย์กลัวความผิดหวัง การเห็นตัวเลขปีประสบการณ์ (เช่น 20 ปี) หรือจำนวนลูกค้า (เช่น 500 หลัง) จะเปลี่ยน “คำโฆษณา” ให้กลายเป็น “สถิติที่น่าเชื่อถือ” ทันที มันคือการบอกทางอ้อมว่า “คนอื่นเลือกเราตั้งเยอะ คุณก็ควรเลือกเรานะ”

  • H3 (Offer): [ราคาเริ่มต้น] + [Call to Action]

    • จิตวิทยา (Anchoring Effect): การบอกราคาเริ่มต้นช่วย “สมอ” ความคาดหวังและคัดกรอง Lead ที่ไม่มีคุณภาพ (Unqualified Leads) ออกไป ทำให้คุณไม่เสียเงินคลิกกับคนที่มีงบไม่ถึง และการใช้ Call to Action ที่ชัดเจน (เช่น ปรึกษาฟรี) ช่วยลดแรงต้านในการติดต่อครั้งแรก

ตัวอย่างการใช้งานจริง (Extended)

  • ธุรกิจรับสร้างบ้าน

    1. รับสร้างบ้านหรู กรุงเทพ-ปริมณฑล (ระบุ Keyword หลักและพื้นที่ให้ชัดเจน)

    2. ประสบการณ์ 20 ปี ส่งมอบ 500 หลัง (ใช้ตัวเลขเพื่อสร้าง Authority)

    3. เริ่มต้น 5 ล้านบ. ปรึกษาฟรี (กรองลูกค้าด้วยราคาทันที)

  • ธุรกิจรับทำความสะอาด

    1. บริการแม่บ้านรายวัน ใกล้คุณ (ใช้คำว่า “ใกล้คุณ” เพื่อดึง Dynamic Location)

    2. แม่บ้านมืออาชีพ ผ่านการอบรม (เน้นความปลอดภัยและมาตรฐาน)

    3. เริ่ม 500 บ./ครั้ง จองเลย (Low Barrier to entry ด้วยราคาที่จับต้องได้)

Pro Tip : หลีกเลี่ยงคำว่า “บริการดี” หรือ “ประสบการณ์ยาวนาน” เพราะมันเป็นนามธรรมเกินไป ให้เปลี่ยนเป็นตัวเลขที่จับต้องได้เสมอ เช่น “ประสบการณ์ 15 ปี” หรือ “ให้บริการ 24 ชม.”

2. สูตร "The High-Ticket Trust" (สูตรเขียน Headline Google Ads สำหรับสินค้าแพง)

เหมาะสำหรับ : คลินิกความงาม, ศัลยกรรม, อสังหาริมทรัพย์, รถยนต์, สินค้าราคาสูง, บริการที่ปรึกษาทางการเงิน

เมื่อต้องจ่ายเงินหลักหมื่นหรือหลักแสน ลูกค้าจะมีความกลัว (Fear) และความเสี่ยง (Risk) ในใจสูงมาก สูตรนี้จึงต้องทำหน้าที่ “Risk Reversal” (กลับด้านความเสี่ยง) โดยเปลี่ยนจุดโฟกัสจาก “ราคา” ไปที่ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” และ “ความเชี่ยวชาญระดับสูง”

โครงสร้างสูตรและจิตวิทยาเชิงลึก

  • H1 (Relevance): [Keyword] + [ผลลัพธ์ที่การันตี]
    • จิตวิทยา (Promise of Transformation): ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อ “เวอร์ชันที่ดีกว่าของตัวเอง” (เช่น ซื้อการปลูกผมเพราะอยากดูหนุ่มขึ้น) Headline นี้ต้องให้คำมั่นสัญญาถึงปลายทางนั้นทันที

  • H2 (Trust): [ชื่อผู้เชี่ยวชาญ] + [รางวัล/รีวิว]
    • จิตวิทยา (Credibility & Halo Effect): การระบุชื่อแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ (Personal Branding) หรือรางวัลที่ได้รับ ทำให้เกิด Halo Effect หรือความรู้สึกว่า “ถ้าคนนี้เก่งจริง ผลลัพธ์ต้องออกมาดีแน่นอน”

  • H3 (Offer): [โปรโมชั่นจำกัด] + [Call to Action]

    • จิตวิทยา (Scarcity & Urgency): สินค้าราคาสูงคนมักใช้เวลาตัดสินใจนาน (Procrastination) การใช้ความจำกัด (Limited Time/Slot) จะไปกระตุ้นสัญชาตญาณ “กลัวพลาด” (FOMO) ให้รีบตัดสินใจ

ตัวอย่างการใช้งานจริง (Extended)

  • คลินิกปลูกผม

    1. ปลูกผมถาวร การันตีขึ้นจริง 98% (ขายผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลขชัดเจน)

    2. หมอเอ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รีวิว 5 ดาว (Social Proof แน่นๆ จาก Google Reviews)

    3. ลด 50% 10 ท่านแรก จองเลย (กระตุ้นด้วยความจำกัดของสิทธิ์)

  • นายหน้าขายบ้าน

    1. รับฝากขายบ้านมือสอง ขายไว (Pain Point คือกลัวขายไม่ออก)

    2. ทีมงานมือโปร ปิดการขายแล้ว 100+ (โชว์ Performance)

    3. ประเมินราคาฟรี โทรปรึกษา (Offer บริการฟรีเพื่อเปิดประตูแรก)

3. สูตร "The E-commerce Complete" (สูตรเขียน Headline Google Ads สายขายของ)

เหมาะสำหรับ: ขายสินค้าออนไลน์, Gadget, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้าแฟชั่น, อุปกรณ์ไอที

ลูกค้าออนไลน์มีพฤติกรรม “ชอบเปรียบเทียบ” และ “ความอดทนต่ำ” พวกเขาพร้อมจะเปลี่ยนแท็บไปหาคู่แข่งทันทีที่รู้สึกว่าแพงกว่าหรือยุ่งยากกว่า สูตรนี้จึงต้องเล่นกับ Keyword: “ของแท้” (แก้ความกังวล), “ลดราคา” (ดึงดูดความสนใจ) และ “ส่งฟรี” (ตัวแปรสำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อ)

โครงสร้างสูตรและจิตวิทยาเชิงลึก

  • H1 (Offer): [Keyword] + [ส่วนลด %]

    • จิตวิทยา (Visual Salience): ในหน้าผลการค้นหาที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือ ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ (%) เป็นสิ่งที่สะดุดตาที่สุด (Eye-catching) มันส่งสัญญาณถึง “ความคุ้มค่า” ทันที

  • H2 (Trust): [ของแท้/ศูนย์ไทย] + [ยอดขาย/รีวิว]

    • จิตวิทยา (Risk Reduction): ความกลัวอันดับ 1 ของคนซื้อของออนไลน์คือ “ของปลอม” การยืนยันว่าเป็นของแท้ หรือประกันศูนย์ไทย คือการกำจัดความกลัวนี้ทิ้งไป

  • H3 (Service): [การจัดส่ง/ผ่อน] + [Call to Action]

    • จิตวิทยา (Friction Removal & Zero Price Effect): คำว่า “ส่งฟรี” มีพลังทางจิตวิทยาสูงมาก (Zero Price Effect) แม้ค่าส่งจะแค่ 50 บาท แต่คำว่า “ฟรี” ทำให้คนตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นหลายเท่าตัว

ตัวอย่างการใช้งานจริง (Extended)

  • ร้านขายหูฟัง

    1. หูฟัง Sony ลดสูงสุด 40% วันนี้ (กระตุ้นด้วยแบรนด์ + ส่วนลด + ความเร่งด่วน)

    2. ของแท้ประกันศูนย์ ยอดขายอันดับ 1 (การันตีคุณภาพและสถานะผู้นำ)

    3. ส่งฟรี ผ่อน 0% ช้อปเลย (ปิดการขายด้วยความคุ้มค่าและความสะดวก)

  • ร้านสกินแคร์

    1. เซรั่มหน้าใส ลดสิว ซื้อ 1 แถม 1 (โปรโมชั่น BOGO มักได้ผลดีกว่าส่วนลด % ในบางสินค้า)

    2. ของแท้ 100% มีอย. รีวิวเพียบ (ความปลอดภัยสำคัญที่สุดสำหรับสินค้าบิวตี้)

    3. ส่งด่วน 1 วันถึง เก็บเงินปลายทาง (บริการ COD ช่วยเพิ่มความมั่นใจสำหรับลูกค้าใหม่)

4. สูตร "The Problem Solver Mix" (สูตรเขียน Headline Google Ads สายแก้ปัญหา)

เหมาะสำหรับ: อาหารเสริม, ศูนย์ซ่อม, บริการกำจัดแมลง, ทนายความ, บริการฉุกเฉิน (รถลาก, กุญแจหาย)

ธุรกิจกลุ่มนี้ลูกค้ากำลังมีความทุกข์ ร้อนใจ หรือเจอปัญหาเร่งด่วน (Urgent Needs) สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่โปรโมชั่นลดแลกแจกแถม แต่คือคำว่า “หายขาด” หรือ “เดี๋ยวนี้/ทันที”

โครงสร้างสูตรและจิตวิทยาเชิงลึก

  • H1 (Relevance): [Pain Point] + [หายขาด/ซ่อมไว]

    • จิตวิทยา (Empathy & Resonance): การสะท้อนปัญหา (Mirroring) ให้ลูกค้ารู้สึกว่า “เข้าใจหัวอกเขา” เป็นก้าวแรกของการสร้างความไว้วางใจ และการเสนอทางออกทันทีช่วยลดความเครียด (Anxiety Relief)

  • H2 (Trust): [จำนวนเคสที่แก้] + [การรับประกัน]

    • จิตวิทยา (Reassurance): คนที่มีปัญหากลัวการ “แก้ไม่จบ” ที่สุด การรับประกัน (Warranty) จึงเป็นยาแรงที่ช่วยให้เขากล้าตัดสินใจ

  • H3 (Offer): [ตรวจฟรี/ส่วนลด] + [Call to Action]

    • จิตวิทยา (Low Barrier to Entry): ลดกำแพงในการติดต่อครั้งแรกด้วยของฟรี หรือบริการตรวจเช็กหน้างาน เพื่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ก่อนขายจริง

ตัวอย่างการใช้งานจริง (Extended)

  • บริษัทกำจัดปลวก

    1. กำจัดปลวก หายขาด ตายยกรัง (ขยี้ที่ผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ใช่แค่วิธีการ)

    2. ดูแลกว่า 1 หมื่นหลัง รับประกัน 1 ปี (จำนวนเคสเยอะ = เชี่ยวชาญ, ประกัน = อุ่นใจ)

    3. สำรวจพื้นที่ฟรี โทรหาเรา (Easy to contact)

  • ช่างซ่อมแอร์

    1. แอร์ไม่เย็น น้ำหยด ซ่อมได้ทันที (ระบุอาการเสียให้ชัด ตรงกับ Search Query)

    2. ช่างมืออาชีพ ไปถึงไวใน 1 ชม. (เน้นความเร็วคือหัวใจของงานซ่อมฉุกเฉิน)

    3. รับประกันงานซ่อม 3 เดือน โทรเลย (สร้างความอุ่นใจหลังการซ่อม)

5. สูตร "The Course/Education Mix" (สูตรเขียน Headline Google Ads สายคอร์สเรียน)

เหมาะสำหรับ : คอร์สเรียน, สัมมนา, Coaching, โรงเรียนสอนภาษา, สถาบันกวดวิชา

คนซื้อคอร์สเพราะ “อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง” (Transformation) หรือต้องการ “ทางลัด” (Shortcut) เพื่อประหยัดเวลาการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องบอกให้ชัดว่าเรียนแล้วชีวิตดีขึ้นอย่างไร เก่งขึ้นจริงไหม

โครงสร้างสูตรและจิตวิทยาเชิงลึก

  • H1 (Relevance) : [ชื่อวิชา] + [ระดับผู้เรียน/ผลลัพธ์]

    • จิตวิทยา (Targeting) : ระบุกลุ่มเป้าหมาย (มือใหม่/มือโปร) เพื่อให้ได้คนที่ตรงกลุ่มจริงๆ (Self-Selection) ลดการคลิกจากคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

  • H2 (Trust) : [จำนวนศิษย์เก่า] + [ชื่อผู้สอน]

    • จิตวิทยา (Social Proof & Authority) : จำนวนศิษย์เก่าคือเครื่องยืนยันความนิยม (Bandwagon Effect) และชื่อผู้สอนสร้างความน่าเชื่อถือ

  • H3 (Offer) : [ทดลองเรียน/ราคา] + [Call to Action]

    • จิตวิทยา (Sampling) : คอร์สเรียนเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible) การให้ทดลองเรียน (Free Trial/Sample) ช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อ และสร้าง Reciprocity (ความรู้สึกอยากตอบแทน)

ตัวอย่างการใช้งานจริง (Extended)

  • คอร์สการตลาด

    1. คอร์สยิงแอด Conversion ยอดพุ่ง (Benefit-driven Headline)

    2. ศิษย์เก่า 5,000 คน สอนโดยครู A (การันตีด้วยปริมาณคนเรียนและชื่อเสียง)

    3. ทดลองเรียนฟรี 1 บท คลิกเลย (Hook ด้วยของฟรีเพื่อเก็บ Lead)

  • โรงเรียนสอนภาษา

    1. เรียนภาษาอังกฤษ พูดได้ใน 30 วัน (ขายระยะเวลา/ทางลัดที่ชัดเจน)

    2. สอนสดโดยครูเจ้าของภาษา (จุดขายที่คนไทยต้องการคือ Native Speaker)

    3. วัดระดับภาษาฟรี สมัครเลย (Offer บริการฟรีเพื่อประเมินและเก็บ Lead)

6. สูตร "The B2B Confidence" (สูตรเขียน Headline Google Ads สำหรับ B2B)

เหมาะสำหรับ : ซอฟต์แวร์ (SaaS), เครื่องจักร, บริการระดับองค์กร, ที่ปรึกษาธุรกิจ

B2B (Business to Business) มีเดิมพันสูง วงจรการขายยาวนาน (Long Sales Cycle) และมีผู้มีอำนาจตัดสินใจหลายคน การตัดสินใจซื้อผิดอาจหมายถึงการโดนตำหนิจากเจ้านาย หรือบริษัทเสียหาย จึงต้องเน้น “มาตรฐาน”, “ความปลอดภัย” และ “Social Proof”

โครงสร้างสูตรและจิตวิทยาเชิงลึก

  • H1 (Relevance) : [ชื่อระบบ/Keyword] + [จุดเด่นฟีเจอร์]

    • จิตวิทยา (Solution Focused): คนทำงานต้องการเนื้อๆ ไม่ต้องการคำโฆษณาที่สวยหรูเกินจริง บอกไปเลยว่าซอฟต์แวร์ของคุณทำอะไรได้ (Functional Benefit)

  • H2 (Trust) : [จำนวนผู้ใช้] + [มาตรฐาน ISO]

    • จิตวิทยา (Safety Choice): ทำให้คนซื้อรู้สึกว่าเลือกเจ้านี้แล้ว “ปลอดภัย” (Safe Bet) ไม่มีใครถูกไล่ออกเพราะเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานระดับโลก

  • H3 (Offer) : [ขอใบเสนอราคา/Demo] + [Call to Action]

    • จิตวิทยา (Lead Generation): เป้าหมายไม่ใช่การขายทันที แต่คือการเริ่มบทสนทนา (Start Conversation) ผ่านการขอ Demo หรือใบเสนอราคา

ตัวอย่างการใช้งานจริง (Extended)

  • โปรแกรมบัญชี :

    1. โปรแกรม HR ออนไลน์ คำนวณเงินแม่น (เน้นความแม่นยำและระบบ Cloud)

    2. องค์กรชั้นนำใช้กว่า 500 แห่ง (Name drop หรือบอกจำนวนองค์กรเพื่อสร้าง Trust)

    3. ทดลองใช้ฟรี 30 วัน สมัครเลย (Free Trial เป็นมาตรฐานของ Software ยุคนี้)

  • โรงงานรับผลิต OEM :

    1. รับผลิตครีม สร้างแบรนด์ ครบวงจร (One-stop service แก้ปัญหาความยุ่งยาก)

    2. มาตรฐาน GMP/ISO 9001 (Certificate ขาดไม่ได้สำหรับ B2B)

    3. ขอใบเสนอราคาฟรี ปรึกษาเรา (Direct CTA เพื่อให้เซลล์โทรกลับ)

3 ข้อผิดพลาดที่ต้องระวังเมื่อใช้สูตรเขียน Headline Google Ads

แม้จะมีสูตรที่ดี แต่ถ้าตกม้าตายเรื่องเทคนิคเหล่านี้ ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ปังเท่าที่ควรครับ

1. Keyword Stuffing (ยัดเยียดคำค้นหาเกินไป)

    • ปัญหา : พยายามใส่ Keyword “สูตรเขียน Headline Google Ads” ซ้ำๆ จนอ่านไม่รู้เรื่อง เช่น “รับทำบัญชี บัญชีราคาถูก ทำบัญชีดี”
    • ผลเสีย : Google AI ฉลาดพอที่จะมองว่าเป็น Spam และลดคะแนนโฆษณา (Ad Rank) ผู้ใช้งานก็จะรู้สึกรำคาญและไม่คลิก
    • ทางแก้ : ใส่ Keyword หลักแค่ 1-2 ครั้งในบริบทที่เป็นธรรมชาติที่สุด

2. ลืมเช็กมุมมองบนมือถือ (Mobile Optimization)

    • ปัญหา : เขียนข้อความสำคัญ (เช่น โปรโมชั่น หรือ จุดขายหลัก) ไว้ที่ Headline 3 (H3) ซึ่งในหน้าจอสมาร์ทโฟนที่มีพื้นที่จำกัด Google มักจะตัด H3 ออกและแสดงแค่ H1 กับ H2

    • ผลเสีย : ลูกค้าไม่เห็นข้อเสนอที่สำคัญที่สุด ทำให้ CTR ต่ำ

    • ทางแก้ : ข้อมูลสำคัญที่สุด (Killer Feature/Promotion) ต้องอยู่ใน H1 และ H2 เสมอ ส่วน H3 ให้ใส่เป็นข้อมูลเสริม

3. เขียนเกินจริง (Clickbait) และหน้าเว็บไม่ตรงปก (Message Match Fail):

    • ปัญหา : เขียน Headline ว่า “ลด 90%” หรือ “ฟรี” แต่พอคลิกเข้าไปหน้าเว็บกลับไม่มีสินค้านั้น หรือลดแค่ 10% หรือซ่อนเงื่อนไขตัวเล็กๆ

    • ผลเสีย : คนจะกดออกทันที (High Bounce Rate) ทำให้คุณเสียเงินค่าคลิกฟรีๆ และอาจโดน Google แบนบัญชีข้อหา Misrepresentation ได้

    • ทางแก้ : ซื่อสัตย์กับข้อเสนอ หน้า Landing Page ต้องมีข้อความที่สอดคล้องกับ Ad Copy เสมอ

บทสรุป : เลือกใช้อย่างไรให้ปัง? (Actionable Steps)

การประยุกต์ใช้ สูตรเขียน Headline Google Ads ไม่มีกฎตายตัวที่สุด แต่ทั้ง 6 สูตรนี้คือโครงสร้างที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วย เพิ่ม CTR ได้จริง และเมื่อ CTR สูง คะแนน Quality Score ของคุณก็จะดีขึ้น ส่งผลให้ค่าคลิก (CPC) ถูกลงในระยะยาว

Checklist ก่อนกด Publish โฆษณา

  • [ ] Relevance Check : Headline 1 มี Keyword ที่ลูกค้าค้นหาหรือไม่? (ถ้าไม่มี Google อาจไม่แสดงโฆษณา)

  • [ ] Trust Check : Headline 2 มีตัวเลข (ปี, จำนวนลูกค้า, เรตติ้ง) หรือสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือหรือไม่?

  • [ ] Offer Check : Headline 3 มีคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) ที่ชัดเจนหรือไม่?

  • [ ] Mobile Check : ข้อความสำคัญอยู่ใน H1/H2 ครบถ้วนแล้วใช่ไหม?

💡 Tip (The Golden Rule) : อย่าเชื่อผม 100%! แต่จงเชื่อผลลัพธ์ของคุณเอง ลองทำ A/B Testing (เขียนโฆษณา 2 แบบแข่งกัน โดยเปลี่ยนแค่ Headline เดียว) แล้วดูว่าแบบไหนลูกค้าคลิกเยอะกว่ากัน นั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดครับ!

หวังว่าบทความนี้จะเป็นไอเดียให้เพื่อนๆ นำ สูตรเขียน Headline Google Ads ไปปรับใช้ให้ยอดขายพุ่งทะลุเป้าได้ทันทีนะครับ!