แจก 10 สูตรเขียนโฆษณา Google Ads ให้ยอดขายพุ่ง
เคยเจอปัญหานี้กันไหม? สินค้าของคุณดี มีคุณภาพ ผ่านมาตรฐานทุกอย่าง ทีมงานเตรียมพร้อมเต็มร้อย แต่พอลงมือ เขียนโฆษณา Google Ads หรือลองปั้นแคปชั่นลง Facebook ไปแล้ว ผลลัพธ์กลับเงียบกริบ… ยอดไลก์พอมีให้เห็นบ้าง แต่ยอดสั่งซื้อกลับเป็นศูนย์ คุณเสียเงินค่าคลิก (CPC) ไปฟรีๆ วันละหลายพันบาท โดยไม่ได้ยอดขายกลับมาเลยแม้แต่บาทเดียว เหมือนเอาเงินไปละลายแม่น้ำ
ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของคุณเลยแม้แต่น้อย แต่อาจจะอยู่ที่เทคนิคการ เขียนโฆษณา Google Ads ที่ยังไม่ “โดน” ใจลูกค้ามากพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมรภูมิที่มีพื้นที่จำกัดอย่าง Google Search ที่คุณมีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการหยุดนิ้วโป้งลูกค้า การ เขียน Description Google Ads (คำบรรยาย) ให้ดึงดูดภายใน 90 ตัวอักษรนั้น เป็นศิลปะที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการโน้มน้าวใจลูกค้าให้ตัดสินใจคลิกทันที ท่ามกลางคู่แข่งที่วางเรียงรายอยู่ข้างบนและข้างล่างคุณ
ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ที่ใครจ่ายแพงกว่า (Bidding) แต่วัดกันที่ว่าใคร “เข้าใจมนุษย์” มากกว่ากัน Google ฉลาดขึ้นทุกวัน มันรู้ว่าโฆษณาตัวไหนที่คนชอบคลิก และตัวไหนที่คนเมิน หากคุณรู้วิธี เขียนโฆษณา Google Ads ให้ถูกจริตทั้งคนอ่านและระบบ AI คุณจะสามารถลดต้นทุนค่าโฆษณาลงได้มหาศาล ในขณะที่คู่แข่งยังคงจ่ายแพงอยู่
สำหรับใครที่กำลังหาวิธี เขียนโฆษณา Google Ads ให้ได้ผลลัพธ์คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ หรือกำลังฝึก เขียน Description Google Ads เพื่อเพิ่มยอด Click-Through Rate (CTR) วันนี้ผมได้รวบรวมและขยายความ 10 สูตรการเขียนโฆษณา ระดับตำนานที่นักการตลาดทั่วโลกยอมรับ มาแชร์ให้คุณแบบเจาะลึกทุกแง่มุม ไม่ใช่แค่ “เขียนยังไง” แต่เราจะคุยกันถึง “ทำไมต้องเขียนแบบนี้” ในเชิงจิตวิทยา รวมถึงเทคนิคการตั้งค่าในระบบ Google Ads เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้ทันที รับรองว่าสูตรเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาการ เขียนโฆษณา Google Ads ให้มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนคนอ่านขาจรให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริงได้แน่นอน ไปลุยกันเลย
Table of Contents
1. สูตร "The Perfect Balance" (สมดุลมาตรฐาน)
เหมาะสำหรับ : สินค้าทั่วไป สินค้าอุปโภคบริโภค หรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อเริ่ม เขียนโฆษณา Google Ads
นี่คือสูตรพื้นฐานที่ครอบจักรวาลและปลอดภัยที่สุด ใช้ได้ดีกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะนำไป เขียนโฆษณา Google Ads ในส่วนหัวข้อ (Headline) เพื่อดึงความสนใจ หรือใช้ในการ เขียน Description Google Ads เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน หัวใจสำคัญของการ เขียนโฆษณา Google Ads ด้วยสูตรนี้คือการสร้าง “สมดุล” ระหว่างสิ่งที่ลูกค้าจะได้ (Benefit) กับความไว้วางใจ (Trust) เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายที่สุด โดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดการขายมากเกินไป
ทำไมสูตรนี้ถึงได้ผลทางจิตวิทยา?
ธรรมชาติของคนซื้อของออนไลน์มีความ “ระแวง” เป็นทุนเดิม (Zero Moment of Truth) พวกเขากลัวว่าจะได้ของไม่ตรงปก หรือโดนหลอก การ เขียนโฆษณา Google Ads ที่บอกคุณสมบัติอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องมี “Social Proof” หรือเครื่องยืนยันจากบุคคลที่สาม มาช่วยลดความเสี่ยง (Risk Reduction) ในใจลูกค้า เมื่อสมองส่วนเหตุผล (Logic) และอารมณ์ (Emotion) ทำงานประสานกัน การตัดสินใจซื้อจึงเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น สูตรนี้จึงทำหน้าที่เหมือน “สะพาน” ที่เชื่อมความต้องการของลูกค้าเข้ากับความมั่นใจในแบรนด์ของคุณ
โครงสร้าง :
[จุดเด่นสินค้า]ช่วย[ประโยชน์หลัก]การันตีโดย[ผู้เชี่ยวชาญ/รีวิว][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : ครีมลดริ้วรอยสูตรแพทย์ – หน้าเด็กจริงใน 14 วัน
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “พิสูจน์แล้วโดยผู้ใช้จริงกว่า 1,000 คน รีวิว 5 ดาวแน่นๆ ช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาใส สั่งซื้อคลิกเลย”
ตัวอย่างธุรกิจบริการ (Consulting) : “ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ – เพิ่มยอดขาย 2 เท่าใน 3 เดือน การันตีผลงานกว่า 50 แบรนด์ชั้นนำ ปรึกษาฟรี”
ตัวอย่างสินค้าแม่และเด็ก : “เก้าอี้ทานข้าวเด็ก ปลอดภัย 100% – วัสดุ Food Grade ทำความสะอาดง่าย คุณแม่นับหมื่นไว้วางใจ ช้อปเลย”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ใช้ตัวเลขที่วัดผลได้จริง เช่น “14 วัน”, “5 ดาว”, “1,000 คน” ตัวเลขเหล่านี้จะหยุดสายตาได้ดีกว่าข้อความยาวๆ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับการ เขียนโฆษณา Google Ads ของคุณ
✅ Pro Tip : ใช้ส่วนขยายโฆษณา (Ad Extensions) ประเภท “Sitelink” เพื่อใส่ข้อมูลเพิ่มเติมที่ยืนยันความน่าเชื่อถือ เช่น หน้า “รีวิวจากลูกค้า” หรือ “รางวัลที่ได้รับ”
❌ Don’t : อย่าเคลมเกินจริง (Overclaim) ที่พิสูจน์ไม่ได้ เช่น “ดีที่สุดในโลก” หรือ “หายขาดถาวร” เพราะจะทำให้ Google แบนโฆษณาของคุณ และลูกค้าจะหมดศรัทธาทันทีหากผลลัพธ์ไม่เป็นจริง
2. สูตร "The Urgency Deal" (โปรแรง แซงทุกโค้ง)
เหมาะสำหรับ : การ เขียนโฆษณา Google Ads ในช่วงแคมเปญพิเศษ (Flash Sale, Double Day) หรือสินค้าที่ต้องการระบายสต็อก
ความกลัวที่จะพลาดของดี หรือ FOMO (Fear Of Missing Out) คืออาวุธทางจิตวิทยาที่ทรงพลังที่สุดในการ เขียนโฆษณา Google Ads การใส่ “เงื่อนไขเวลา” หรือ “จำนวนจำกัด” ลงไปขณะ เขียน Description Google Ads จะไปกระตุ้นสมองส่วน Amygdala (ส่วนสัญชาตญาณ) ให้สั่งการให้ “รีบคว้าไว้ก่อน” ช่วยเพิ่ม Click-Through Rate (CTR) ได้อย่างมหาศาล เพราะการ เขียนโฆษณา Google Ads รูปแบบนี้บีบให้ลูกค้าต้องรีบตัดสินใจ “เดี๋ยวนี้” ไม่อย่างนั้นจะเสียสิทธิ์ การลังเลเพียงวินาทีเดียวอาจหมายถึงการพลาดโอกาสทอง
เทคนิคเชิงลึก : Scarcity Marketing & Ad Customizers
การสร้างความขาดแคลนมี 2 แบบ คือ “ขาดแคลนด้วยเวลา” (Time-limited) และ “ขาดแคลนด้วยจำนวน” (Quantity-limited) การผสมผสานทั้งสองอย่างในการ เขียนโฆษณา Google Ads จะสร้างแรงกดดันทางบวกให้ลูกค้าตัดสินใจโอนเงินได้ไวที่สุด นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Countdown ใน Google Ads {=COUNTDOWN("yyyy/MM/dd HH:mm:ss")} เพื่อแสดงเวลานับถอยหลังแบบเรียลไทม์ในโฆษณา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความเร่งด่วนได้ดีกว่าข้อความธรรมดาหลายเท่า
- โครงสร้าง : ลดพิเศษ
[ตัวเลข]%[เงื่อนไขเวลา]แถมฟรี[ของแถม][สิทธิพิเศษ][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline): ลดล้างสต็อก 70% วันนี้วันเดียว – หมดแล้วหมดเลย
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads: “โอกาสสุดท้าย! ซื้อ 1 แถม 1 ฟรีเคสกันกระแทกมูลค่า 590.- ส่งด่วนฟรีทั่วไทย เก็บเงินปลายทางได้ ช้อปเลยก่อนของหมด”
ตัวอย่างคอร์สสัมมนา: “บัตร Early Bird ลด 50% เหลือเพียง 10 ใบสุดท้าย! จองด่วนก่อนปรับราคาเต็ม เรียนสดพร้อมเวิร์กชอป ลงทะเบียนคลิก”
ตัวอย่างบริการจองที่พัก: “ดีลที่พักพัทยา ลดแรง 60% – เหลือ 3 ห้องสุดท้ายสำหรับสุดสัปดาห์นี้ จองตอนนี้ ฟรีอาหารเช้า”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ระบุ Deadline ให้ชัดเจน เช่น “ถึงเที่ยงคืนนี้เท่านั้น” หรือ “เฉพาะ 50 ท่านแรก” ดีกว่าคำว่า “ด่วน” เฉยๆ ที่ดูไม่มีน้ำหนัก
❌ Don’t : อย่าทำ Fake Urgency (ความเร่งด่วนปลอม) เช่น ตั้งเวลานับถอยหลังแต่พอหมดเวลาแล้วก็รีเซ็ตใหม่ หรือเขียนว่า “วันสุดท้าย” ทุกวัน ลูกค้าจะจำและไม่เชื่อถือแบรนด์อีกเลยในการ เขียนโฆษณา Google Ads ครั้งต่อไป
3. สูตร "The Pain & Cure" (เจ็บแล้วจบ)
เหมาะสำหรับ: การ เขียนโฆษณา Google Ads ให้กับสินค้าแก้ปัญหา (Problem-Solution) เช่น ยารักษาโรค, บริการซ่อมแซม, ประกันภัย หรือสินค้าเฉพาะทาง
สูตรนี้ถือว่าเป็น “ราชาแห่ง SEO” และ Google Ads เพราะคนที่เข้ามาค้นหาใน Google ส่วนใหญ่มักจะมี “ปัญหา” ในใจอยู่แล้ว (Search Intent คือการหาทางออก) หากคุณ เขียนโฆษณา Google Ads โดยจี้ไปที่ปัญหา (Pain Point) ของเขาให้ชัดเจนตั้งแต่บรรทัดแรก เป็นการบอกว่า “เรารู้ใจคุณ” แล้วใช้พื้นที่การ เขียน Description Google Ads เพื่อเสนอทางแก้ (Solution) ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนเจอเนื้อคู่และคิดว่า “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันตามหา!” ดังนั้นการ เขียนโฆษณา Google Ads แนวนี้จึงมีโอกาสปิดการขายได้สูงมาก เพราะคุณไม่ได้ขายสินค้า แต่คุณกำลังขาย “ชีวิตที่ดีกว่าเดิม” ให้เขา
โครงสร้าง: จบปัญหา
[Pain Point]ด้วย[วิธีแก้]หายขาด[การรับประกัน]ปรึกษา[สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : จบปัญหาส้วมตันซ้ำซาก – ด้วยงูเหล็กพลังเทอร์โบ
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “ไม่ต้องทุบพื้น ไม่ต้องรื้อท่อ แก้ไม่หายเราไม่คิดเงิน ทีมงานมืออาชีพพร้อมเข้าหน้างานใน 1 ชม. โทรจองคิวเลย”
ตัวอย่างอาหารเสริมสุขภาพ : “ปวดเข่า ลุกนั่งลำบาก? ฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อมด้วยคอลลาเจน Type II นำเข้าจาก USA เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใน 30 วัน สั่งซื้อคลิก”
ตัวอย่างบริการกำจัดปลวก : “บ้านพังเพราะปลวก? กำจัดตายยกรังด้วยระบบเหยื่อ Nemesis ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง สำรวจฟรีวันนี้”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ใช้คำศัพท์เดียวกับที่ลูกค้าใช้ค้นหาปัญหา (Search Terms) ในการ เขียนโฆษณา Google Ads จะช่วยเพิ่มคะแนน Relevance ให้โฆษณาของคุณ และ Google จะทำ ตัวหนา คำเหล่านั้นในโฆษณาให้อัตโนมัติ ทำให้เด่นสะดุดตา
❌ Don’t : อย่าขยี้ปัญหาแรงจนเกินไปจนดูเหมือนการข่มขู่ หรือทำให้ลูกค้ารู้สึกแย่กับตัวเอง ควรเน้นที่ “ความหวัง” และ “ผลลัพธ์เชิงบวก” ในการแก้ปัญหามากกว่า
4. สูตร "The Trust Heavy" (อัดแน่นความเชื่อถือ)
เหมาะสำหรับ : ธุรกิจ B2B, รับเหมาก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์, บริการทางการเงิน หรือสินค้าราคาสูง ที่ต้องเน้นการ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด
สำหรับสินค้าที่มีราคาสูงหลักหมื่นหลักแสน หรือมีความเสี่ยงสูง (High Involvement Products) ลูกค้าจะไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์วู่วาม แต่จะใช้สมองส่วนเหตุผล (Prefrontal Cortex) ในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างหนัก การโชว์ตัวเลขประสบการณ์ รางวัล หรือมาตรฐาน ISO คือสิ่งจำเป็นในการ เขียนโฆษณา Google Ads รูปแบบนี้ และเหมาะมากสำหรับการนำไป เขียน Description Google Ads เพื่อใช้พื้นที่ 90 ตัวอักษรให้คุ้มค่าที่สุดด้วย Fact ที่ตรวจสอบได้ การ เขียนโฆษณา Google Ads ด้วยวิธีนี้จะช่วยคัดกรองลูกค้าคุณภาพ (High Quality Lead) ได้ดีเยี่ยม ลดโอกาสได้ลูกค้าที่ไม่ตรงกลุ่ม
โครงสร้าง : ประสบการณ์กว่า
[ปี]ดูแลลูกค้า[จำนวน]ราย มาตรฐาน[ISO/ใบเซอร์][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : รับทำบัญชีครบวงจร – ประสบการณ์กว่า 20 ปี
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “ดูแลลูกค้ากว่า 500+ บริษัททั่วไทย การันตีมาตรฐาน ISO 9001 ปรึกษาวางแผนภาษีฟรี ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ติดต่อเรา”
ตัวอย่างรับสร้างบ้าน : “บริษัทรับสร้างบ้านมาตรฐานสากล – ผลงานกว่า 100 หลัง รับประกันโครงสร้าง 20 ปี ควบคุมงานโดยวิศวกรทุกขั้นตอน ดูแบบบ้านฟรี”
ตัวอย่างคลินิกทำฟัน : “รากฟันเทียม โดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง – ประสบการณ์กว่า 10,000 เคส เครื่องมือทันสมัย CT Scan 3 มิติ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ระบุชื่อหน่วยงานที่รับรองมาตรฐานหากทำได้ เช่น “ได้รับอย.”, “มาตรฐาน มอก.”, “รางวัล SME Awards” จะช่วยเพิ่มน้ำหนักในการ เขียนโฆษณา Google Ads
✅ Pro Tip : ใช้ส่วนขยาย “Seller Ratings” (ดาวเหลืองๆ ที่ขึ้นข้างโฆษณา) หากคุณมีรีวิวใน Google My Business หรือแพลตฟอร์มที่รองรับ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้อีก 100%
❌ Don’t : อย่าใช้คำเคลมลอยๆ ว่า “อันดับ 1” โดยไม่มีที่มาที่ไป เพราะนอกจากจะผิดกฎโฆษณาแล้ว ลูกค้าสมัยนี้ยังสามารถเช็กข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายมาก และอาจโดนคู่แข่งฟ้องร้องได้
5. สูตร "The Risk Reversal" (ปิดประตูแพ้)
เหมาะสำหรับ : การ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อขายสินค้าใหม่ที่คนยังไม่รู้จัก, อาหารเสริม, ซอฟต์แวร์ (SaaS) หรือคอร์สเรียนออนไลน์
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการขายของออนไลน์คือ “ความเสี่ยง” (Buyer’s Remorse) หรืออาการเสียดายหลังจากซื้อไปแล้ว ลูกค้ากลัวตัดสินใจผิด กลัว “โดนหลอก” กลัว “ใช้ไม่ได้ผล” หรือกลัว “เสียเงินฟรี” หน้าที่ของคุณคือการ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อทลายกำแพงความกลัวนี้ให้ราบคาบ ด้วยการการันตีความพึงพอใจ หรือนโยบายคืนเงิน (Money Back Guarantee) อย่าลืมระบุเรื่องการรับประกันให้ชัดเจนตอน เขียน Description Google Ads เพื่อให้คนที่เห็นโฆษณามั่นใจว่าเขา “ไม่มีอะไรจะเสีย” มีแต่ได้กับได้ การ เขียนโฆษณา Google Ads แบบนี้จะช่วยเพิ่มยอดคลิก (CTR) ได้ทันที
โครงสร้าง :
[ผลลัพธ์ที่สัญญา]ไม่พอใจยินดี[นโยบายคืนเงิน]ทดลอง[Free Trial][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : พูดอังกฤษคล่องใน 30 วัน – ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “หลักสูตรเร่งรัดสำหรับคนทำงาน ทดลองเรียนฟรี 1 คลาสก่อนตัดสินใจ สมัครวันนี้รับส่วนลด 50% คลิกเพื่อลงทะเบียน”
ตัวอย่าง Software (SaaS) : “โปรแกรมจัดการสต็อกสินค้า ใช้งานง่าย – ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ เริ่มต้นเลย”
ตัวอย่างสินค้าแฟชั่น : “รองเท้าเพื่อสุขภาพ ใส่ไม่พอดีเปลี่ยนไซส์ฟรี – รับประกันความนุ่มสบาย ไม่กัดเท้า มีบริการเก็บเงินปลายทาง ลองก่อนจ่ายได้”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้จริงๆ ขั้นตอนการคืนเงินหรือทดลองใช้ต้องง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อรักษาชื่อเสียงแบรนด์ และควรใช้ส่วนขยาย “Callout Extensions” เพื่อเน้นย้ำคำว่า “คืนเงินฟรี” หรือ “เปลี่ยนสินค้าฟรี”
❌ Don’t : อย่าซ่อนเงื่อนไขตัวเล็กๆ ไว้ข้างหลัง (Hidden Terms) เพราะถ้าลูกค้ามารู้ทีหลัง จะกลายเป็นดราม่าบนโลกออนไลน์ทันที และจะเกิดผลเสียระยะยาวต่อแบรนด์
6. สูตร "The Local Speed" (คนพื้นที่ ไวและชัวร์)
เหมาะสำหรับ : การ เขียนโฆษณา Google Ads ให้กับธุรกิจบริการท้องถิ่น (Local Business) เช่น ช่างแอร์, ร้านดอกไม้, บริการส่งด่วน, คลินิกทันตกรรม
หากคุณทำธุรกิจที่ให้บริการเฉพาะพื้นที่ การระบุ “ชื่อย่าน/เขต/จังหวัด” ลงไปในการ เขียนโฆษณา Google Ads คือไม้ตายที่ห้ามมองข้าม เพราะ Google ให้ความสำคัญกับ “Proximity” (ความใกล้ชิด) มากๆ คนที่ค้นหาคำว่า “ร้านดอกไม้ ใกล้ฉัน” ย่อมอยากได้ร้านที่อยู่ใกล้ที่สุด การใส่ชื่อสถานที่ตอน เขียน Description Google Ads จะช่วยให้ค่าโฆษณาถูกลง (CPC ต่ำลง) เพราะ Google มองว่าโฆษณาของคุณตรงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ ทำให้การ เขียนโฆษณา Google Ads ของคุณคุ้มค่าที่สุด ตัดคู่แข่งที่อยู่นอกพื้นที่ออกไปได้ทันที
โครงสร้าง : ให้บริการเขต
[พื้นที่]ถึงไวใน[เวลา]เริ่มต้น[ราคา]พร้อม[บริการเสริม][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : ช่างกุญแจ 24 ชม. โซนสยาม-สุขุมวิท – ถึงไวใน 20 นาที
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “ลืมกุญแจ? เข้าห้องไม่ได้? เรียกเราทันที เริ่มต้น 500 บ. บริการสุภาพ เปิดไม่ได้ไม่คิดเงิน โทรเลยตอนนี้”
ตัวอย่างร้านดอกไม้ : “ร้านดอกไม้เชียงใหม่ – ส่งด่วนใน 2 ชม. ฟรีค่าส่งโซนนิมมานฯ จัดช่อสวย พรีเมียม เริ่มต้น 990 บาท สั่งเลย”
ตัวอย่างบริการรถสไลด์ : “รถสไลด์ รถยก โซนบางนา-ตราด – ถึงจุดเกิดเหตุใน 15 นาที ราคามาตรฐาน ยกรถเสีย รถอุบัติเหตุ โทรปรึกษาฟรี”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ใช้ Location Insertion
{LB:City}ใน Headline เพื่อให้โฆษณาเปลี่ยนชื่อเมือง/เขต ไปตามตำแหน่งของลูกค้าโดยอัตโนมัติ (เช่น ถ้าลูกค้าอยู่บางนา โฆษณาก็จะขึ้นว่า “ช่างแอร์ บางนา”)❌ Don’t : อย่าใส่ชื่อหลายสถานที่เกินไปในโฆษณาตัวเดียว (เช่น รับทำทั่ว กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ) เพราะจะทำให้ดูไม่เชี่ยวชาญสักที่ และข้อความจะยาวเกินไป ควรกระจาย Ad Group ตามพื้นที่
7. สูตร "The Tech Spec" (สเปกเทพ ของแท้)
เหมาะสำหรับ : การ เขียนโฆษณา Google Ads สินค้าไอที, Gadget, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อะไหล่ยนต์ หรือรถยนต์
ลูกค้ากลุ่มนี้คือสายข้อมูล (Information Seekers) หรือพวก “Geek” เขาไม่ได้ซื้อด้วยอารมณ์เป็นหลัก แต่ซื้อด้วย “สเปก” และ “เหตุผล” เขาชอบข้อมูลเชิงลึก การระบุชื่อรุ่น, ชิปประมวลผล, ความจุ, หรือฟีเจอร์เด่นๆ ในการ เขียนโฆษณา Google Ads และขยายความต่อในการ เขียน Description Google Ads จะช่วยดึงดูดคนที่ “พร้อมซื้อ” (High Intent) ได้ดีกว่าการ เขียนโฆษณา Google Ads แบบกว้างๆ ที่เน้นแค่อารมณ์ เพราะคนกลุ่มนี้ทำการบ้านมาดีแล้ว แค่ต้องการยืนยันสเปกและราคาที่คุ้มค่าที่สุด
โครงสร้าง :
[Spec/Feature เด่น]ของแท้[ศูนย์ไทย]ผ่อน[0%][ระยะเวลา][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : MacBook Air ชิป M2 ตัวใหม่ – เร็วแรงทะลุพิกัด
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “ของแท้ประกันศูนย์ไทย RAM 8GB SSD 256GB ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ส่งฟรีถึงบ้านภายใน 2 ชม. ช้อปที่นี่”
ตัวอย่างกล้องติดรถยนต์ : “กล้องติดรถยนต์ 4K คมชัดแม้ที่มืด – เซนเซอร์ Sony แท้ มุมกว้าง 170 องศา มี GPS ในตัว รับประกัน 2 ปี ดูรีวิวคลิก”
ตัวอย่างเครื่องมือช่าง : “สว่านไร้สาย Brushless Motor แรงบิด 60Nm – แบตเตอรี่ Li-ion 2 ก้อน เจาะปูนได้สบาย ทนทาน งานหนักเอาอยู่ สั่งซื้อเลย”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ตรวจสอบความถูกต้องของสเปกให้แม่นยำที่สุด เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีความรู้แน่น ถ้าผิดนิดเดียวจะดูไม่เป็นมืออาชีพทันที
✅ Pro Tip : ใช้ส่วนขยาย “Structured Snippet” เพื่อลิสต์รายการสเปกหรือรุ่นย่อยๆ ใต้โฆษณา เช่น “รุ่น: Pro, Max, Ultra” เพื่อให้ลูกค้าเห็นตัวเลือกมากขึ้น
❌ Don’t : อย่าใช้ศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยากเกินไปจนคนทั่วไปอ่านไม่รู้เรื่อง (Jargon) ยกเว้นว่าคุณจะขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche) จริงๆ ที่ต้องใช้ศัพท์เฉพาะเท่านั้น
8. สูตร "The VIP Access" (ความพิเศษเหนือระดับ)
เหมาะสำหรับ : การ เขียนโฆษณา Google Ads สินค้า Luxury, อสังหาริมทรัพย์ระดับบน, บัตรเครดิต หรือบริการ Membership
ใช้จิตวิทยาเรื่องความ Exclusive และความภาคภูมิใจ (Esteem Needs) ตามทฤษฎี Maslow ในการ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาคือ “คนสำคัญ” หรือ “คนกลุ่มน้อย” ที่ได้รับสิทธิ์นี้ การใช้คำว่า “จำกัดจำนวน”, “เฉพาะสมาชิก”, “Private Group” หรือ “Invitation Only” เมื่อ เขียน Description Google Ads จะช่วยกระตุ้นความต้องการครอบครองได้ดีมากสำหรับการ เขียนโฆษณา Google Ads เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง ซึ่งมักจะไม่หวั่นไหวกับคำว่า “ราคาถูก” แต่แพ้คำว่า “พิเศษเฉพาะคุณ”
โครงสร้าง : สิทธิพิเศษสำหรับ
[กลุ่มเป้าหมาย]จำกัดเพียง[จำนวน]ท่าน บริการ[VIP Service][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกบัตรทอง – รับรถทดลองขับถึงบ้าน
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “สัมผัสประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ จำกัดเพียง 50 ท่านแรกเท่านั้น ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษก่อนใคร คลิก”
ตัวอย่างคอนโดหรู : “Penthouse ริมแม่น้ำเจ้าพระยา – วิวโค้งน้ำที่สวยที่สุด เอกสิทธิ์เพียง 5 ยูนิตสุดท้าย ชมห้องตัวอย่างแบบ Private Viewing นัดหมายคลิก”
ตัวอย่างคลับการลงทุน : “Exclusive Investment Club – วิเคราะห์หุ้นรายตัวโดยเซียนหุ้นระดับประเทศ รับจำนวนจำกัด 100 ท่าน ปิดรับสิ้นเดือนนี้”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ใช้ภาษาที่ดูหรูหรา เรียบง่ายแต่ทรงพลัง (Sophisticated Tone) หลีกเลี่ยงคำสแลงหรือคำที่ดูเป็นกันเองเกินไป และควรใช้ Audience Targeting เจาะจงกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง (Top % Household Income)
❌ Don’t : อย่าลดราคาพร่ำเพรื่อหรือใช้คำว่า “ของถูก” สำหรับสินค้ากลุ่มนี้ เพราะจะทำให้ Brand Value เสีย และลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะหนีหายไป
9. สูตร "The Why Us?" (ทำไมต้องเรา)
เหมาะสำหรับ : ตลาด Red Ocean ที่มีคู่แข่งเยอะ สินค้าเหมือนกันไปหมด (Commodity) ต้องใช้การ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อสร้างความแตกต่าง (Differentiation)
เมื่อสินค้าหน้าตาเหมือนกัน ราคาใกล้เคียงกัน ความแตกต่างด้าน “บริการ” หรือ “Value Added” (USP – Unique Selling Proposition) คือตัวตัดสินแพ้ชนะ คุณต้องหา “จุดขายที่คนอื่นไม่มี” (The Purple Cow) มาใช้ในการ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อตะโกนบอกว่าคุณ “เหนือกว่า” คู่แข่งตรงไหน และอย่าลืมย้ำจุดแข็งนี้ซ้ำอีกครั้งตอน เขียน Description Google Ads เพื่อปิดการขายให้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น “ส่งเร็วกว่า”, “รับประกันนานกว่า”, หรือ “ของแถมเยอะกว่า”
โครงสร้าง :
[จุดขายที่เหนือกว่า]การันตีด้วยรางวัล[ชื่อรางวัล]ดูแลตลอดชีพ[สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : ซ่อมมือถือเจ้าเดียวที่กล้ารับประกันตลอดชีพ
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “รางวัลศูนย์บริการ SME ดีเด่นปี 2023 อะไหล่แท้ทุกชิ้น ซ่อมไม่หายคืนเงินเต็มจำนวน บริการรับ-ส่งเครื่องฟรี คลิกดูรายละเอียด”
ตัวอย่างร้านเฟอร์นิเจอร์ : “โซฟาปรับนอนได้ – เจ้าแรกที่กล้ารับประกันโครงสร้าง 10 ปี ส่งฟรี ประกอบฟรี เก็บเงินปลายทาง ดูแบบคลิก”
ตัวอย่างบริการทำความสะอาด : “แม่บ้านมืออาชีพ ผ่านการอบรมทุกคน – ไม่พอใจทำใหม่ฟรีใน 24 ชม. อุปกรณ์ครบไม่ต้องเตรียมเอง จองง่ายผ่านแอป”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ศึกษาคู่แข่งให้ดีก่อนเขียน (Competitor Analysis) ดูว่าเขาชูจุดเด่นอะไร แล้วเราหาจุดที่แตกต่างหรือดีกว่ามานำเสนอ (Gap Analysis)
✅ Pro Tip : ใช้ส่วนขยาย “Callout Extensions” เพื่อเน้นจุดขายสั้นๆ เช่น “รับประกันตลอดชีพ”, “ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ”, “บริการ 24 ชม.” ให้เด่นชัดขึ้น
❌ Don’t : อย่าโจมตีคู่แข่งโดยตรงด้วยชื่อแบรนด์ (Brand Bidding Attack) ในข้อความโฆษณา เพราะผิดนโยบาย Google และดูไม่น่ารักในสายตาลูกค้า
10. สูตร "The Q&A Hook" (ตั้งคำถามให้ฉุกคิด)
เหมาะสำหรับ : การ เขียนโฆษณา Google Ads เพื่อดัก Keyword คำถาม, สินค้าแก้ปัญหา และรองรับ Voice Search
การตั้งหัวข้อเป็น “คำถาม” เป็นเทคนิคการ เขียนโฆษณา Google Ads ที่ฉลาดและแยบยลมาก เพราะมันตรงกับพฤติกรรมการค้นหาของคนในปัจจุบัน ที่มักจะถาม Google เหมือนเพื่อน (เช่น “เน็ตช้าทำไงดี”, “กู้เงินที่ไหนดี”, “รักษาสิวที่ไหนหาย”) ยิ่งปัจจุบันการค้นหาด้วยเสียง (Voice Search) กำลังมาแรง รูปประโยคจะเป็นธรรมชาติมากขึ้น ลองนำคำถามยอดฮิตของลูกค้ามาตั้งเป็น Headline และใช้การ เขียน Description Google Ads เพื่อตอบคำถามนั้น รับรองว่าการ เขียนโฆษณา Google Ads วิธีนี้จะเพิ่มยอดขายได้แน่นอน เพราะ Google ชอบเนื้อหาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ (User Intent) ที่สุด และสัมพันธ์กับระบบ Semantic Search ของ Google AI
โครงสร้าง :
[คำถาม Pain Point]? เราช่วยได้ด้วย[Solution]รับส่วนลด[Promo][สั่งซื้อ/ติดต่อ]
ตัวอย่างการนำไปใช้จริง
ตัวอย่างการเขียนโฆษณา Google Ads (Headline) : เบื่อไหมกับเน็ตบ้านช้าๆ? – อัปเกรดเป็นไฟเบอร์แท้แรงเต็มสปีด
ตัวอย่างการเขียน Description Google Ads : “ติดตั้งฟรีวันนี้! เน็ตแรง ไม่กระตุก รองรับ 4K ลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 6 เดือน สมัครเลยตอนนี้”
ตัวอย่างคลินิกความงาม : “หน้าหมองคล้ำ ใช้อะไรก็ไม่หาย? – เผยผิวใสด้วยโปรแกรม Aura Bright เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก ปรึกษาหมอฟรี คลิก”
ตัวอย่างที่ปรึกษากฎหมาย : “ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทำอย่างไร? – ปรึกษาทนายแรงงานมืออาชีพ เรียกร้องค่าชดเชยตามกฎหมาย ไม่ชนะไม่คิดเงิน”
ข้อควรระวัง (Do's & Don'ts)
✅ Do : ใช้เครื่องมืออย่าง AnswerThePublic, Google Trends หรือดูจาก “Search Terms Report” ใน Google Ads ของคุณเอง เพื่อหาว่าคนส่วนใหญ่ถามอะไร แล้วเอามา เขียนโฆษณา Google Ads
❌ Don’t : อย่าถามคำถามกว้างเกินไปจนไม่รู้จะขายอะไร (เช่น “หิวไหม?”) ควรถามเจาะจงปัญหาที่สินค้าเราแก้ได้เท่านั้น เพื่อคัดกรองคนคลิก


