รวม Prompt ทุก EP ในบทเรียนนี้ — ก๊อปแล้ววางใน Claude Code ได้เลย ทำทีละ EP ตามลำดับ แล้วเว็บของคุณจะค่อย ๆ โตขึ้นทีละก้าว
ผมอยากได้เว็บง่ายๆ ทำด้วย Python รันบน Localhost เครื่องคอมของเรา ไว้ใช้ทำโพสต์ขายของ Facebook ร้านกาแฟ "Honey Café" หน้าแรกเปิดมาให้เจอชื่อร้าน ☕ Honey Café ตัวใหญ่ๆ สีส้ม อยู่กลางหน้าจอ ใต้ชื่อมีคำอธิบายสั้นๆ ว่าเป็นเว็บทำโพสต์ร้านกาแฟ แล้วรันเปิดให้ดูในเบราว์เซอร์ด้วย ทำแค่นี้ ยังไม่ต้องถามเรื่องอื่น ยังไม่ต้องทำ feature อื่น ไม่ต้องเสนอด้วย
ในหน้าเว็บ Honey Café เพิ่มรายการเรื่องที่อยากโพสต์ 3 อัน คือ: "ลาเต้น้ำผึ้ง เมนูใหม่ ใช้น้ำผึ้งแท้ แก้วละ 65 บาท", "โปรซื้อ 1 แถม 1 เฉพาะ 11 โมง–บ่าย 2", "บรรยากาศร้านวันฝนตก แวะมานั่งชิลทั้งวัน" — แสดงเป็นการ์ด แต่ละอันมีปุ่ม "ถัดไป" พอกดถัดไป ให้โชว์เรื่องที่เลือกไว้ด้านล่าง ทำแค่นี้ ยังไม่ต้องเสนอเรื่องอื่นเพิ่มเติม
ทำระบบให้ AI เขียนแคปชั่น Facebook ในหน้าเว็บ Honey Café นี้เลย ตามนี้: การทำงาน : พอกดปุ่มที่การ์ดเรื่องไหน ให้ส่งเรื่องนั้นไปให้ AI เขียน hook (บรรทัดแรก) + แคปชั่น Facebook 1 อัน โดยเปลี่ยนไปอีกหน้านึง แล้วเอามาโชว์ API-Key : [ใส่ API Key ของคุณ] ช่วยเอา API Key ของ OpenAI นี้ใส่ใน .env ด้วย Model : ใช้โมเดล gpt-5.4-mini เป็นตัวเขียน เพิ่มเติม : ระหว่างรอ AI ให้มีกล่องขึ้นว่า "AI กำลังเขียนแคปชั่นให้..." พร้อมวงกลมหมุนๆ พอได้แล้วให้หายไปเอง และไปหน้าต่อไป ไม่ต้องเสนอเรื่องอื่น
อยากเซฟ git โปรแกรมนี้เก็บสถานะ ตอนนี้ไว้ และให้ระบุ วันที่ เวลา และชื่อเซฟ และคำอธิบายสถานะ ตอนนี้เอาไว้ด้วย อนาคตจะได้มาย้อนเวอร์ชัน และรู้ว่า เวอร์ชันไหน เป็นเวอร์ชันไหน
คุณคือนักวิเคราะห์ persona ที่มีใจเป็นกลาง ไม่ bias เอาใจคนถาม ผมจะให้ทำ Persona สำหรับ ธุรกิจคาเฟ่ร้านกาแฟดังกล่าว ช่วยคิด Persona ให้ 5 กลุ่มตัวอย่าง ชื่อสมมติ, อายุเฉลี่ย, รายได้เฉลี่ย, คติประจำใจ, insight ลึกๆ เช่น hidden need, trust issues, barrier, fear, motivation, Trigger to buy, สิ่งที่ทำให้เชื่อ, ข้อความที่ไม่ควรพูดกับคนกลุ่มนี้ หรืออื่นๆ ที่แนะนำ คุยเพื่อตกผลึกกันก่อน ยังไม่ต้องไปพัฒนาระบบ จนกว่าผมจะบอกให้เอาไปพัฒนาระบบ
จาก Persona ทั้งหมด ผมชอบ persona 5 กลุ่มนี้ [ระบุ persona ที่ชอบ] ช่วยคิด Top Pains, Gains สำหรับแต่ละ persona ในด้าน functional, emotional, social อย่างละ 10 หัวข้อ ขอให้ครอบคลุมทั้งเรื่องร้าน เรื่องตัวเมนูกาแฟ หรืออื่นๆ เกี่ยวกับร้านกาแฟ
ผมโอเคกับ Persona 5 คนนี้แล้ว อยากพัฒนาเว็บ Honey Café ต่อ ให้มีระบบ "เลือกกลุ่มเป้าหมาย แล้ว AI เขียน 3 แคปชั่นเจาะกลุ่ม" ตามรายละเอียดนี้ หลังจากเลือกหัวข้อเสร็จ ให้มีหน้าเลือก Persona 5 กลุ่ม ทำเป็น Dropdown list ให้เลือก หลังจากเลือก Persona แล้ว ให้ GPT 5.4 mini คิด hook + caption สำหรับ persona นั้น โดยเฉพาะมา 3 แบบ เวลาระบบส่ง prompt ให้ GPT 5.4 mini ให้สั่งไปประมาณว่า "คิด Hook + Caption สำหรับหัวข้อ [ชื่อหัวข้อ] เพื่อให้ Persona ที่เลือกอ่าน" (หรือเพิ่มเติมกว่านี้ ถ้าเห็นว่าจำเป็น) และทุกครั้ง ให้ส่งรายละเอียดไฟล์ persona + gains,pains ทั้งชุด ให้ GPT 5.4 mini แนบไปด้วย เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง ให้ใช้ Pains, Gains ต่างกันสำหรับแต่ละ caption ที่หน้าแสดงผลลัพธ์ ให้ติดป้ายกำกับด้วยว่า อันนี้ใช้ Persona ไหน และใช้ Pain, Gain ข้อไหน มาคิด
จาก webapp ที่เราทำกันมา ผมอยากเข้าใจเรื่อง ค่าใช้จ่ายของโมเดล ขอให้ช่วย 1. อธิบายการคิดเงินของสิ่งที่เราทำกันออกมาอย่างละเอียด พร้อมอ้างอิงราคาจริง ไปหาข้อมูลจริงแนบมาด้วย 2. อยากให้ เขียนกำกับแต่ละปุ่มด้วยว่า การกดคลิก จะเกิดค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ 3. และพอไปหน้าที่แสดงผลลัพธ์แล้ว ให้มีอีกส่วนนึง บอกด้วยว่า สิ่งที่แสดงทั้งหมดนี้ เช่น caption+hook ทั้งหมด คิดเป็นกี่บาท หรือประมาณกี่ $
หลังจากที่เราได้เลือก hook+caption มาแล้ว เดี๋ยวผมอยากจะให้ระบบ สามารถกำหนดให้เราเลือก hook อีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะเตรียมเอา hook นั้น ไปใช้เน้นทำใน artwork (แต่คุณยังไม่ต้องสนใจเรื่อง artwork ทำเรื่อง hook ก่อน) โดย hook ที่จะให้เลือก ให้ใช้ hook เดียวกับ 9 hook+caption ที่คิดมานั่นแหล่ะ โดยให้แสดงแต่ละ hook เป็น card โดยที่ hook ไหนที่เป็นอันเดิมกับ hook+caption ที่เลือก ให้มีเครื่องหมายดาว และเลือกเป็น default ไว้ด้วย

ต่อมา ผมต้องการให้ระบบสร้างรูปที่เลียนแบบโพส Facebook แบบ text + bg color โดยใช้ Pillow (PIL) (ผมแนบตัวอย่างรูปที่อยากได้ให้) ถ้าต้องติดตั้งอะไร จัดการให้หมดด้วย ก่อนไปทำระบบจริง อยากทดสอบกันตรงนี้ก่อนว่า รูปที่คุณทำออกมา หน้าตาเป็นยังไง และอยากให้เสนอ font ที่ต่างกันสัก 5 แบบ ให้ผมเลือก พร้อมตัวอย่างที่ทำมาจริงด้วย
ผมเลือก font Prompt ต่อมา... ผมอยากให้เอาไปพัฒนาต่อเลย โดยหลังจากที่เลือก hook แล้ว ให้เอา hook ไปใส่ในรูปแบบนี้ และผมขอ option สีพื้นหลังให้เลือกทั้งหมด 9 สี และพอเลือกแล้ว ให้ preview ให้ดูด้วย ว่าหน้าตาจริง ตอนโพส Facebook จะเป็นประมาณไหน
ตอนนี้ระบบเราสร้างภาพด้วย PIL แต่ผมอยากให้มี option การสร้างรูปเพิ่มโดย เปลี่ยนเป็นสร้างภาพด้วย GPT Images 2.0 - low เงื่อนไข - ใช้โมเดลนี้ GPT Images 2.0 - low - ห้ามใช้โมเดลอื่น และไม่ต้องแนะนำโมเดลอื่นตอนนี้ - สร้างเหลือแค่ 2 รูปมาให้เลือก โดย Prompt ที่ส่งให้ มีเพียงแค่ สร้างรูปขนาด 1:1 ตามนี้ Hook : [ใส่ hook ที่เลือก] Caption : [ใส่ Caption ที่เลือก] --- แต่ก่อนไปพัฒนาระบบจริง ช่วยเอา hook+caption ตัวอย่าง (เช่น ที่ผมเคยเลือกล่าสุด) ไปทดสอบ ส่งให้ GPT Image 2.0 low สร้างรูปตัวอย่างให้ดูสองรูป ส่งมาให้ดูในนี้ก่อน ถ้าผมโอเค ผมจะบอกแล้วค่อยพัฒนาระบบจริงต่อไป
ผมอยากทำการ polish โปรแกรมเพิ่ม โดย 1. อยากเพิ่มปุ่ม Back ในทุกๆ step ให้สามารถย้อนไปหน้าก่อน หรือ step ก่อนได้ 2. เพิ่มปุ่ม สร้างใหม่ (Regenerate) กับตัว caption+hook และ รูปภาพ และเขียนกำกับด้วยว่า กดทีนึงใช้เงินประมาณกี่บาท 3. อยากปุ่ม home ให้กลับไปหน้าแรกได้อัตโนมัติ
ทดสอบแล้ว ถูกต้องทั้งหมด ทีนี้ผมอยากเพิ่มอีก 2 features ดังนี้ 1. อยากเพิ่ม option ให้ผมสามารถแก้ไข/edit ตัว hook+caption ที่เลือกแล้วได้ (ออกแบบยังไงดี ช่วยแนะนำด้วย) 2. อยากได้ช่องใส่ หัวข้อด้วยตัวเอง ที่หน้าแรก เพิ่มเติมจากการเลือก card ตัวอย่างหัวข้อ 3 cards
ทดสอบแล้ว ทั้งหมดทำงานถูกต้อง อยากเพิ่มอีก 3 features 1. ปุ่ม copy hook+caption ที่เลือกแล้ว เผื่อคนอยากเอาไปโพสด้วยตัวเอง 2. ปุ่ม download รูปภาพ เผื่อคนอยากเอาไปโพสด้วยตัวเอง 3. ปุ่มกดโพสต์ หรือเลือกตั้ง Schedule post ใน Facebook และมีปฏิทินให้เลือก ซึ่งเราจะยังไม่ผูก API Facebook fanpage เพื่อโพสจริง เพียงแค่ อยากทำปุ่มจำลองเอาไว้ก่อน ช่วยเสนอ design สัก 3 แบบ ก่อนเริ่มทำจริง
ทุกอย่างทำถูกต้องแล้ว ขอเพิ่มอีก 2 features 1. อยากเพิ่มหลอด Loading เป็น % เพื่อให้เห็นว่าตอนนี้การที่ AI ทำงานอยู่ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว อาจจะมีข้อความกำกับเล็กๆด้วยก็ได้ และถ้า Error ก็ควรบอกด้วยว่า Error แล้ว ช่วยเสนอไอเดียก่อนเริ่มทำจริงสัก 3 แบบด้วย ว่าทำยังไงถึงจะใกล้เคียงความเป็นจริงที่ AI ทำงาน 2. เพิ่ม Breadcrumb เพื่อให้รู้ว่า ตอนนี้เราอยู่ step ไหน หน้าไหน
อยากเพิ่มอีก 2 features คือ • นับตัวอักษร caption ที่จะโพส Facebook • และ feature Error เป็นมิตร เมื่อระบบล่ม แทนที่จะเป็นหน้าขาวๆ
รวม Prompt Chapter 2 ทุก EP — ต่อยอดเว็บแอปให้เป็นเนื้อหาธุรกิจจริงของคุณ (business.md · customer-persona.md · Lead Magnet · Brand Voice · Brand CI) ก๊อปแล้ววางใน Claude Code ได้เลย
คุณคือนักวิจัยการตลาด ผมจะให้คุณช่วย research รายละเอียดธุรกิจทั้งหมด, พฤติกรรมผู้บริโภค, ตลาด, คู่แข่ง, จุดแข็ง เพื่อผมจะเอาไปเตรียมไว้สำหรับทำ Content Pillars, Landing page, infographic, FB Content SEO blog, Script VDO ลองหาข้อมูลจากพวกเวปสังคมออนไลน์ เช่น Pantip, Facebook, Tiktok หรืออื่นๆ หรือตามแหล่ง PR ต่างๆด้วย ถ้ามี แต่ก่อนอื่น ให้ไปหาข้อมูลแบรนด์/ร้าน [ชื่อแบรนด์, URL website/fanpage] มาก่อนตามเว็บไซต์, แฟนเพจ Facebook, Youtube, Tiktok ขอเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคให้กว้าง ลึก และครบถ้วนที่สุด
เดี๋ยวผมอยากจะปรับตัว webapp ให้เป็นเนื้อหาธุรกิจของผมจริงๆแล้ว ซึ่งขั้นตอนแรก ผมอยากจะให้คุณสร้างไฟล์ขึ้นมา 2 ไฟล์ เพื่อเอาไว้อ้างอิง 1. ไฟล์ business.md ไฟล์นี้จะรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของผมทั้งหมด อนาคตถ้ามีการอัพเดท เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม จะมาทำที่ไฟล์นี้ และทุกครั้งที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจผม หรือต้องส่งให้ AI คิด content เกี่ยวกับธุรกิจ ก็ให้ใช้ไฟล์นี้ 2. ไฟล์ customer-persona.md ไฟล์นี้จะรวบรวมรายละเอียดกลุ่มเป้าหมาย และเช่นกัน อนาคตถ้าอัพเดท เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมก็จะทำไฟล์นี้เช่นกัน ก่อนอื่น ให้ทำไฟล์ business.md ขึ้นมาซะก่อน โดยอ้างอิงข้อมูลจากไฟล์แนบ ห้ามตัดทอน ห้ามเพิ่มเติม ณ ตอนนี้
คุณคือนักวิเคราะห์ persona ที่มีใจเป็นกลาง ไม่ bias เอาใจคนถาม ผมจะให้ทำ Research Persona สำหรับ [ประเภทธุรกิจของคุณ ไม่ต้องระบุชื่อแบรนด์,เว็บไซต์] ขอ Persona ให้ 10 กลุ่มตัวอย่าง ชื่อสมมติ, คติประจำใจ, insight ลึกๆ และช่วยคิด Top Pains, Gains สำหรับแต่ละ persona ในด้าน functional, emotional, social อย่างละ 10 หัวข้อ
จากไฟล์ customer persona research ที่ผมแนบให้ ช่วยนำไปสร้างไฟล์ customer-persona.md ซึ่งไฟล์นี้ จะเป็นไฟล์ที่เก็บรวบรวมข้อมูลลักษณะ และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อใช้ในการอ้างอิงในการทำ Content สำหรับ AI - ให้คัดเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Customer Persona, Pains, Gains เท่านั้น - ไม่ต้องการเนื้อหาเรื่อง recommendation หรือคำแนะนำกลยุทธ์ - ส่วนที่คัดเนื้อหาและจะนำไปใส่ไฟล์ customer-persona.md ต้องไม่มีการย่อ หรือตัดทอน เนื้อหาจากไฟล์ต้นฉบับ
ผมต้องการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในเว็บ: ปุ่ม "🧲 เจนไอเดีย Lead Magnet" ที่หน้าแรก พอกดปุ่ม ให้เรียก AI (gpt-5.4-mini) คิด ไอเดีย Lead Magnet 30 อัน (Lead Magnet = ของแจกฟรีที่มีคุณค่า เช่น ความรู้ / how-to / แนวคิด / เทคนิค / วิธี / เช็คลิสต์เป็นต้น หรืออื่นๆช่วยแนะนำนอกเหนือจากนี้ หรือที่เหมาะสมด้วย ไว้ดึงว่าที่ลูกค้าให้แชร์/เซฟ/คอมเมนต์/ทัก/ติดตาม) ตามนี้: 1. อ่านข้อมูลจาก 2 ไฟล์ที่เราทำไว้ มาใส่ใน prompt เป็นบริบทเสมอทุกครั้งที่กด (ให้ไอเดียตรงธุรกิจ+ลูกค้าจริง ไม่มั่ว): business.md (ข้อมูลธุรกิจ) customer-persona.md (กลุ่มลูกค้า + pains/gains) 2. กติกาการคิดไอเดีย: คละกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มจาก customer-persona.md คละรูปแบบของ Lead Magnet หรือสิ่งที่แจกให้หลากหลาย แต่ละอัน แก้ pain หรือเติม gain จริงของกลุ่มนั้น 3. ให้ AI ลิสต์ 30 อัน แต่ละอันมี: รูปแบบสิ่งที่แจก, ชื่อไอเดีย, กลุ่ม+pain/gain (target), เหตุผลสั้นๆ ทำไมถึงคิดว่ากลุ่มเป้าหมมายอยากแชร์ อยาก engage 4. แสดงผลเป็นการ์ด grid — แต่ละการ์ดโชว์: ป้ายรูปแบบ + ชื่อไอเดีย + เหตุผล — กดเลือกได้ (เตรียมไว้ต่อขั้นตอนถัดไปที่ผมจะบอกหลังจากเรื่องนี้เสร็จแล้ว) --- แต่ก่อนเริ่มทำจริงในระบบ... ให้ยกตัวอย่าง ประเภท content ที่คุณจะทำมาให้ผมดู พร้อมเหตุผล, 10 ประเภทที่แตกต่างกัน แต่ละประเภทยกตัวอย่าง 3 หัวข้อ พร้อมเหตุผลที่กลุ่มนั้นๆ อยากแชร์, engage พร้อม persona ถ้าผมโอเคแล้ว ค่อยเอาไปทำจริง แต่ต้องให้ GPT 5.4 mini gen มาตามวิธีที่บอกนะ และขอดู prompt ที่คุณสั่ง GPT 5.4 mini ด้วย
ตอนนี้พอผมคลิกเลือกไอเดีย Lead Magnet 1 อันจาก 30 อัน อยากให้ต่อยอดแบบนี้: ให้ AI GPT 5.4 mini ลงมือร่าง "ของแจกจริง" ตามไอเดียที่เลือก ออกมาให้ผมเลือก 3 แบบ เงื่อนไขสำคัญ: - ทั้ง 3 แบบต้องเป็น "หัวข้อเดียวกัน" (หัวข้อที่ผมเพิ่งคลิกเลือก) — ห้ามเปลี่ยนเป็นหัวข้ออื่น แต่ให้คิด Hook/Headline ให้แตกต่างกัน - เขียนโดยอ้างอิงจาก business.md + customer-persona.md เป็นบริบท ให้ตรงกลุ่มลูกค้าจริง - เนื้อหาต้องเป็นของแจกที่ใช้ได้จริง มีค่าพอที่คนอยากได้ ไม่ใช่แค่โครง - เนื้อหาให้ทำขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับ Caption Facebook แล้วทำหน้าจอให้โชว์ 3 แบบนี้เป็นการ์ดให้เลือก ออกมาให้ "อ่านง่าย สวยงาม" พอผมกดเลือก 1 แบบ ให้จำไว้เป็นของแจกที่จะใช้ต่อ
หลังจากตอนนี้ที่ผมได้ feature คิด lead magnet 30 หัวข้อ และของแจก 3 แบบแล้ว หลังจาก step นี้ ผมอยากให้ flow ไปเชื่อมต่อกับ flow เดิมของระบบคาเฟ่ร้านกาแฟ ก็คือ ทำตามสเต็ปเดิมคือ - คิด caption - คิด headline - สร้างรูป PIL / ใช้ GPT Image 2.0 - เตรียมโพส แค่เอาไปเชื่อมกับแบบเดิมเต็มๆ ไม่ต้องปรับอะไรเลย ยกเว้นช่วยปรับ persona ให้เป็น 10 persona ตามไฟล์ด้วย ใน step ที่ให้เลือก persona
ผมไม่ชอบ font ที่ GPT Image 2.0 ใช้ตอนนี้ ขอดูทางเลือกอื่น 20 แบบที่แตกต่างกัน
🧩 Prompt อัปเกรดระบบ Content Poster → เวอร์ชันล่าสุด (สำหรับลูกศิษย์)
วิธีใช้: ก๊อปทั้งหมดตั้งแต่เส้น ==== ด้านล่าง ไปวางให้ผู้ช่วย AI เขียนโค้ด (Claude Code / Cursor / ฯลฯ) ในโปรเจกต์ของคุณ
ระบบนี้ออกแบบให้ใช้ได้กับ ธุรกิจอะไรก็ได้ — ทุกจุดที่เป็นเรื่องเฉพาะธุรกิจ ให้ดึงจากไฟล์ business.md + customer-persona.md ของคุณเอง ไม่ฝังลงโค้ด
---
============================================================
โจทย์: อัปเกรดเว็บแอปทำโพสต์/Lead Magnet ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
บริบทที่ระบบมีอยู่แล้ว (baseline)
ตอนนี้ผมมีเว็บแอป (Python ล้วน รันบน localhost) ที่ทำงานได้ถึงขั้นนี้แล้ว:
- Flow โพสต์: เลือกหัวข้อ → เลือกกลุ่มเป้าหมาย (persona) → AI เขียนแคปชั่น → เลือก hook → สร้างรูป (PIL / GPT Image) → โพสต์/ตั้งเวลา (จำลอง)
- ฟีเจอร์ Lead Magnet: กดปุ่ม → AI อ่าน business.md + customer-persona.md เป็นบริบท → คิดไอเดียของแจกฟรี ~30 อัน → เลือก 1 ไอเดีย → AI ร่างของแจกจริง 3 แบบ (เป็นแคปชั่น Facebook พร้อมโพสต์ ไม่ใช้ Markdown)
- ใช้ OpenAI Chat Completions (โมเดลระดับ mini) + response_format: json_object
- ข้อมูลธุรกิจ/ลูกค้าทั้งหมดอยู่ในไฟล์ business.md และ customer-persona.md (อ่านสดทุกครั้ง) — ห้าม hardcode เรื่องธุรกิจลงในโค้ด
ต้องการให้เพิ่ม/แก้ 4 ก้อน (รายละเอียดด้านล่าง)
---
⭐ ก้อนที่ 1 — ระบบ "วิธีวางของแจก" (Placement A/B/C)
ปัญหาเดิม: แคปชั่นที่ AI เขียน มี CTA หลายแบบปนกันมั่ว (บ้างให้ทักแชท บ้างให้ดูคอมเมนต์ บ้างให้แชร์) และเวลาสร้างรูป ของแจก/เช็คลิสต์บางทีก็ไปโผล่ในรูปเอง คุมไม่ได้
สิ่งที่ต้องทำ: หลังเลือกไอเดีย Lead Magnet ให้มี ขั้นเลือก "วิธีวางของแจก" 3 แบบ เป็นการ์ด (เรียงซ้ายไปขวา A, B, C) แต่ละการ์ดมี mockup โพสต์ Facebook จิ๋วให้เห็นภาพ วิธีวางที่เลือก คุมทั้ง caption / เนื้อหาในรูป / คอมเมนต์ / CTA ให้สอดคล้องกันเอง และ แทนที่ขั้น "คิด caption รอบสอง" เดิมไปเลย
แบบ | ความหมาย | caption | รูป | คอมเมนต์
A | ของแจกอยู่ในรูป | เกริ่นสั้น 2-4 บรรทัด ดึงให้หยุดดูรูป ห้ามใส่เนื้อหาของแจก · CTA แนว "เซฟรูปนี้ไว้/แชร์เก็บ" | อินโฟกราฟิก: พาดหัว + เนื้อหาของแจกจริงแบบกระชับ อ่านจบได้ในภาพเดียว | ว่าง
B | ของแจกในแคปชั่น | เนื้อหาของแจกเต็ม เริ่มด้วย Hook บรรทัดแรก ครบทุกข้อจริง · CTA "เซฟ+แชร์" | พาดหัวล้วน (teaser ดึงให้หยุด ไม่ใช่ของแจกเต็ม) | ว่าง
C | ของแจกใต้คอมเมนต์ | เกริ่น Hook ดึงดูด บอกว่าของแจกอยู่ใต้คอมเมนต์ ห้ามใส่เนื้อหาของแจก · CTA "พิมพ์ 'เอา' ไว้ในคอมเมนต์/เลื่อนอ่านใต้คอมเมนต์" | พาดหัวล้วน (teaser) | เนื้อหาของแจกเต็ม สำหรับวางเป็นคอมเมนต์แรก
การทำ backend: เก็บกฎ 3 แบบเป็น dict PLACEMENTS = {A, B, C} แต่ละตัวมี label + rule (ข้อความสั่ง AI). ตอนสร้าง system prompt ของขั้นร่างของแจก ให้ต่อ rule ของแบบที่เลือกเข้าไป. endpoint รับ param placement แล้ว validate ว่าอยู่ใน A/B/C
Schema ร่าง (ให้ AI คืน JSON นี้ — 3 แบบ):
{"drafts":[{
"headline": "<พาดหัว/Hook สั้น ใช้เป็นชื่อการ์ด — ต่างกันทั้ง 3 แบบ>",
"angle": "<มุมนำเสนอสั้น 1 ประโยค — ต่างกันทั้ง 3 แบบ>",
"fb_caption": "<แคปชั่นที่จะโพสต์จริง ตามกฎ placement ที่เลือก บรรทัดแรก=Hook>",
"image_headlines": [{"text":"<พาดหัวรูป>","tag":"<อารมณ์>"}, ... 9 อัน],
"image_detail": "<เนื้อหาของแจกในรูป — เฉพาะ A ไม่งั้นค่าว่าง>",
"comment_text": "<ข้อความคอมเมนต์ — เฉพาะ C ไม่งั้นค่าว่าง>"
}, ... รวม 3 แบบ]}
กฎสำคัญ: ทั้ง 3 แบบเป็น หัวข้อเดียวกัน (ห้ามเปลี่ยนเรื่อง) แต่ Hook บรรทัดแรกของ fb_caption + angle + มุมของ image_headlines ต้องต่างกันชัดเจนทั้ง 3 แบบ ห้ามซ้ำ · เนื้อหาของแจกต้อง ใช้ได้จริง สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่โครง (เช็คลิสต์=ครบทุกข้อ, quiz=คำถาม+เฉลย, เทมเพลต=ช่องกรอก+ตัวอย่าง)
การเชื่อมข้อมูลไปขั้นสร้างรูป/โพสต์ (wiring — สำคัญตอน implement):
- ผู้ใช้เลือกพาดหัว 1 จาก 9 (image_headlines[i].text) → เป็น ข้อความบนรูป (ตัวแปร finalHook)
- fb_caption → เป็น แคปชั่นโพสต์จริง (และส่งเข้า image ในโหมดปกติ)
- image_detail → เนื้อหาในรูป (ส่งเข้า image เฉพาะ placement A)
- comment_text → คอมเมนต์แรก ที่เอาไปวาง (เฉพาะ placement C)
UI flow หลังได้ร่าง (ทำตามนี้ — เป็นจุดที่พลาดง่าย):
- การ์ดร่างแต่ละแบบ: โชว์ caption สไตล์การ์ด FB พื้นขาว + ปุ่มคัดลอก · ถ้าเป็นแบบ C ให้มี บล็อก "💬 คอมเมนต์แรก" แยกต่างหาก + ปุ่มคัดลอก ในการ์ดด้วย
- เลือกร่างแล้ว → ปุ่ม "➡️ ไปต่อ: ทำรูป + เตรียมโพสต์" เข้า flow ทำรูป → โพสต์/ตั้งเวลา ของเดิม (reuse ทั้งหมด ไม่เขียนหน้าใหม่)
- หน้าทำรูปต้องโชว์ grid พาดหัว 9 อัน (ติด tag อารมณ์) ให้สลับเลือกได้อีกครั้ง — ค่าเริ่มต้น = อันแรก เปลี่ยนแล้วค่า finalHook เปลี่ยนตาม
- ปุ่มย้อนกลับจากหน้าทำรูป: ถ้ามาจากสาย Lead Magnet ต้องย้อนกลับ หน้าร่างของแจก (ไม่ใช่หน้าเลือก hook ของ flow เดิม) — ใช้ flag เช่น leadmagnetMode จำไว้ว่ามาจากสายไหน
- หน้าโพสต์/ตั้งเวลา: ถ้ามี comment_text (แบบ C) ให้แสดง กล่องคอมเมนต์พร้อมปุ่มคัดลอก อีกครั้ง เพราะระบบโพสต์เป็นแบบจำลอง — ผู้ใช้ต้องก๊อปไปวางเป็นคอมเมนต์แรกเองบน Facebook จริง
---
⭐ ก้อนที่ 2 — เลือกพาดหัวรูป 9 แบบ (grid 3×3) + keyword + จิตวิทยา
สิ่งที่ต้องทำ: ในผลลัพธ์ของแต่ละร่าง ให้ AI สร้าง พาดหัวสำหรับรูป 9 แบบ แสดงเป็น grid 3×3 (มือถือ = 1 คอลัมน์) แต่ละพาดหัวติด ป้ายอารมณ์ (tag) ให้ผู้ใช้กดเลือกอันที่ชอบไปทำรูป
กติกาที่ต้องสั่ง AI (นี่คือหัวใจของคุณภาพ — เขียนใน system prompt):
1. คง keyword แกนหลักไว้ทุกพาดหัว แบบ "บังคับ + รองสลับ" — สกัด keyword จากหัวข้อออกเป็น 2 กลุ่ม: keyword_main (คำแกน 2-3 คำ = รูปแบบของแจก + หัวเรื่องหลัก) กับ keyword_secondary (คำรอง เช่น กลุ่มเป้าหมาย/เงื่อนไข). ทุกพาดหัวต้อง กลืน keyword_main ไว้อย่างเป็นธรรมชาติ (อย่างน้อยรูปแบบ+หัวเรื่อง) ส่วน keyword_secondary สลับใส่ได้ ไม่ต้องครบทุกอัน
2. สกัด keyword ตั้งแต่ขั้น "คิดไอเดีย" ไม่ใช่แค่ขั้นร่าง — เพิ่ม field keyword_main + keyword_secondary ลงใน JSON schema ของขั้นเจนไอเดียด้วย แล้ว แสดงให้ผู้ใช้เห็นตั้งแต่ตอนเลือกหัวข้อ (ให้รู้ว่าพาดหัวจะยึดคำไหน) จากนั้นส่ง keyword ชุดนี้ต่อเข้าไปใน prompt ขั้นร่าง
3. ห้ามเขียนเป็น "keyword | hook" และ ห้ามเอา keyword มากองไว้ช่วงต้นเหมือนกันทุกอัน — ช่วงต้นของแต่ละพาดหัวต้องขึ้นต้นต่างกัน (คนละมุม/คนละคำ)
4. แต่ละพาดหัวใช้จิตวิทยาต่างกัน เช่น กลัว / โลภ / ประหยัดเวลา / ของฟรี / สำเร็จง่าย / ดูดี / ลดเครียด / ลดกังวล — ใช้ให้ครบก่อนซ้ำ
5. ข้อความต้องสื่ออารมณ์ให้ตรงกับ tag จริง ๆ (สำคัญมาก): กลัว=ขู่ผลเสียถ้าไม่ทำ · โลภ=ล่อผลได้/ตัวเลข · ประหยัดเวลา=พูดถึงเวลา/ความเร็ว · ของฟรี=ย้ำว่าฟรี · สำเร็จง่าย=ย้ำว่าง่ายทำตามได้แม้เริ่มจากศูนย์ · ดูดี=ภาพลักษณ์ในสายตาคนอื่น · ลดเครียด/ลดกังวล=คลายความห่วงที่เจาะจง. ถ้าพาดหัวไม่ได้สื่ออารมณ์นั้นจริง ห้ามแท็กอารมณ์นั้น
6. เขียนให้ปัง: ตัวเลขเจาะจง, ช่องว่างความอยากรู้ (เช่น "ข้อ 7 คนพลาดเยอะสุด"), ผลได้/ผลเสียเห็นภาพ (เสียเงิน/เสียเวลา/พลาดโอกาส — ใช้คำที่เห็นภาพของธุรกิจคุณ), ภาษาคนพูดจริง
7. ห้ามคำจืด เช่น "สบายใจ, ง่ายๆ, ไม่ต้องคิดเยอะ, มั่นใจ, เป็นระบบ, ดูดีเหมือนมือโปร"
Schema พาดหัว: image_headlines: [{ "text": "<พาดหัว>", "tag": "<อารมณ์>" }, ... 9 อัน]
---
⭐ ก้อนที่ 3 — โหมดสร้างรูปแยกตามการวาง + กัน AI ยัดของแจกเข้ารูปเอง
ปัญหาเดิม: ตอนให้ AI สร้างรูป มันชอบ "มโน" เช็คลิสต์/รายการขึ้นมาใส่ในรูปเอง (แต่ละครั้งไม่เหมือนกัน + ไม่ตรงกับ caption)
สิ่งที่ต้องทำ: โมดูลสร้างรูป (เรียก image generation API เช่น GPT Image) ให้แยก 3 โหมด ตามการวาง:
- โหมด A (detail มีค่า): ส่ง พาดหัว + เนื้อหาของแจกจริง เข้าไป สั่งให้วาดตามเป๊ะ "ห้ามแต่งเพิ่ม ห้ามเปลี่ยนข้อความ ห้ามมโนข้อใหม่" · เช็คด้วยว่า จำนวนข้อใน image_detail ตรงกับตัวเลขที่พาดหัวสัญญา (พาดหัวบอก "10 ข้อ" → เนื้อหาต้องมี 10 ข้อจริง ไม่งั้นรูปจะฟ้องว่าไม่ตรง)
- โหมด B/C (headline_only = true): ส่ง พาดหัวล้วน ห้ามมีรายการ/เช็คลิสต์ในรูป — ต่อท้าย prompt ด้วยบรรทัด Negative prompt : checklist, icon list
- โหมดปกติ (flow เดิม): hook + caption
หมายเหตุสำคัญ: OpenAI Images API ไม่มี field negative_prompt แยก — ต้องเขียนคำว่า "Negative prompt : ..." เป็นข้อความต่อท้ายใน prompt เอง (โมเดลอ่านแล้วเข้าใจว่าอย่าใส่สิ่งนั้น ได้ผลจริง)
หลักการเขียน prompt รูป: สั่งให้น้อยที่สุด — ยิ่งสั่งรายละเอียดเยอะ (เช่น "ใส่ไอคอน/มาสคอต/กราฟิกประกอบเยอะๆ") รูปยิ่งรก. ให้ prompt สั้น เน้นพาดหัว + negative กันของที่ไม่อยากได้
เพิ่มเติม: ถ้าวิธีวางเป็นแบบ A (ของแจกอยู่ในรูปแล้ว) → ไม่ต้องเสนอโหมดทำรูปแบบ PIL/text-only (เพราะเนื้อหาเยอะ ตัวหนังสือจะล้น) ให้ล็อกไปโหมด AI อย่างเดียว
---
⭐ ก้อนที่ 4 — เลือกฟอนต์พาดหัวในรูป 3 แบบ
สิ่งที่ต้องทำ: ในหน้าสร้างรูป AI เพิ่ม ปุ่มเลือกสไตล์ฟอนต์ 3 แบบ (default = แบบแรก) ส่งค่าไป backend เพื่อต่อเข้า prompt รูป:
FONT_STYLES = {
"formal": "ฟอนต์ทางการสุภาพเรียบร้อย ตัวตั้งตรง ไม่เอียง",
"loop": "ฟอนต์มีหัวกลมแบบไทยดั้งเดิม ตัวตั้งตรง ไม่เอียง",
"handwrite": "ฟอนต์ลายมือเขียนเป็นกันเอง",
}
- backend รับ param font_style → ถ้ารู้จัก ให้ต่อบรรทัด ใช้ <คำอธิบายฟอนต์> เข้า prompt รูป (ทั้งโหมด A / B-C / ปกติ)
- ปุ่มบนหน้าเว็บ 3 อัน กดแล้วไฮไลต์อันที่เลือก + เก็บค่าไว้ในตัวแปร JS แล้วแนบไปกับ request สร้างรูป
- บทเรียนที่ได้: คำสั่งฟอนต์ที่ระบุ "ตั้งตรง ไม่เอียง" คุมได้จริง (ก่อนหน้านี้ปล่อยให้ AI สุ่มฟอนต์ ออกมาเอียงบ้าง/มั่วบ้าง). อยากได้ฟอนต์แบบไหนให้บรรยายเป็นคำ (เช่น "หนาตั้งตรง", "เส้นบางมินิมอล", "มีหัวกลมไทย") ทดลองแล้วเลือกที่ชอบ
---
⚠️ ข้อควรระวังทางเทคนิค (เจอมาแล้ว — กันพลาดซ้ำ)
1. AI (โมเดล mini) บางครั้งตัด field ทิ้ง เวลา output ยาว (เช่น ส่ง image_headlines มาไม่ครบ) → ทำ retry 1 ครั้งอัตโนมัติ ถ้าผลลัพธ์ไม่สมบูรณ์ (เช่น draft ไหนมีพาดหัว < 5 อัน) + มี fallback เติมค่า default กัน frontend พัง + รวมค่า token ทั้ง 2 ครั้งให้โปร่งใส
2. ถ้าโค้ด HTML/JS อยู่ในสตริง Python แบบ triple-quote ระวัง \" ในสตริงจะถูก Python แปลงกลับเป็น " ทำให้ JS พัง — เวลาใส่ event handler ที่มี argument เป็นสตริง ให้ สร้าง element ด้วย createElement + ผูก .onclick เป็น function reference แทนการใส่ onclick="fn('x')" ที่ต้อง escape
3. ภาษาไทยใน terminal Windows (cp1252) จะ error เวลา print — ตอนทดสอบให้ เขียนผลลงไฟล์ด้วย encoding="utf-8" แล้วเปิดอ่าน แทนการ print ตรง
4. ค่าใช้จ่าย image API: ยิงหลายรูปพร้อมกันเยอะเกินโดน 429 (rate limit) — ถ้าต้อง gen หลายรูป ให้ทำ sequential + หน่วงเวลา + retry แบบ backoff
5. แคปชั่น Facebook ห้ามใช้ Markdown เด็ดขาด (## ** - >) เพราะเอาไปวางบน FB แล้วขึ้นสัญลักษณ์ดิบ — ให้ใช้ อิโมจิ (✅ 1️⃣ 2️⃣) + เว้นบรรทัดจริง แทน
6. ห้าม hardcode ข้อมูลธุรกิจ — อ่านจาก business.md + customer-persona.md สดทุกครั้ง เพื่อให้ระบบนี้ย้ายไปใช้กับธุรกิจอื่นได้โดยแก้แค่ 2 ไฟล์นั้น
7. ความปลอดภัย: API key อยู่ใน .env เท่านั้น + ใส่ .env ใน .gitignore ห้าม commit เข้า git
✅ เกณฑ์ว่า "เสร็จ"
- เลือกไอเดีย → เลือกวิธีวาง A/B/C (การ์ดเรียง A,B,C มี mockup) → ได้ร่าง 3 แบบที่ caption/รูป/คอมเมนต์/CTA สอดคล้องกับวิธีวางที่เลือก
- แต่ละร่างมีพาดหัว 9 แบบ grid 3×3 ติดป้ายอารมณ์ที่ตรงเนื้อจริง + คง keyword แกนหลัก
- สร้างรูป: A = ของแจกอยู่ในรูปตามเนื้อจริง (จำนวนข้อตรงกับพาดหัว), B/C = พาดหัวล้วนไม่มีเช็คลิสต์โผล่
- มีปุ่มเลือกฟอนต์ 3 แบบใช้งานได้
- แบบ C: มีกล่องคอมเมนต์ + ปุ่มคัดลอก ทั้งที่การ์ดร่างและหน้าเตรียมโพสต์
- ปุ่มย้อนกลับจากหน้าทำรูป กลับไปหน้าร่างของแจก (เมื่อมาจากสาย Lead Magnet)
- ทดสอบยิง endpoint จริงแล้วได้รูป/ผลลัพธ์กลับมา ไม่ error ============================================================สร้างรูปประกอบโพสต์ Facebook ขนาด 1:1 ให้เหมาะกับคอนเทนต์นี้ (ออกแบบองค์ประกอบภาพได้อย่างอิสระให้เข้ากับเนื้อหา): Hook : 3 ข้อผิดพลาดยอดฮิตของมือใหม่ตอนซื้อหุ้นตัวแรก Caption (บริบทสำหรับออกแบบภาพ ไม่ต้องเขียนลงรูป) : มือใหม่หลายคนรีบกดซื้อหุ้นตามข่าว สุดท้ายติดดอย เราเลยทำเช็คลิสต์ก่อนซื้อหุ้นตัวแรกให้มือใหม่ได้ตั้งหลัก คิดให้รอบก่อนควักเงิน ให้ภาพดูเป็นธรรมชาติแนวคอนเทนต์โซเชียลจริง ไม่ใช่ stock/โฆษณาเนียนเกินจริง ⚠️ ถ้าในภาพมีคน ต้องเป็นคนจริงแบบภาพถ่าย (photorealistic candid) เท่านั้น: STYLE: ถ้าเป็นผู้ชายหน้าตาไม่หล่อ, ถ้าเป็นผู้หญิงหน้าตาไม่สวย
สร้างรูปประกอบโพสต์ Facebook ขนาด 1:1 ให้เหมาะกับคอนเทนต์นี้ (ออกแบบองค์ประกอบภาพได้อย่างอิสระให้เข้ากับเนื้อหา): Hook : 3 ข้อผิดพลาดยอดฮิตของมือใหม่ตอนซื้อหุ้นตัวแรก Caption (บริบทสำหรับออกแบบภาพ ไม่ต้องเขียนลงรูป) : มือใหม่หลายคนรีบกดซื้อหุ้นตามข่าว สุดท้ายติดดอย เราเลยทำเช็คลิสต์ก่อนซื้อหุ้นตัวแรกให้มือใหม่ได้ตั้งหลัก คิดให้รอบก่อนควักเงิน ให้ภาพดูเป็นธรรมชาติแนวคอนเทนต์โซเชียลจริง ไม่ใช่ stock/โฆษณาเนียนเกินจริง ⚠️ ถ้าในภาพมีคน ต้องเป็นคนจริงแบบภาพถ่าย (photorealistic candid) เท่านั้น: STYLE: ถ้าเป็นผู้ชายหน้าตาไม่หล่อ, ถ้าเป็นผู้หญิงหน้าตาไม่สวย authentic social media selfie / candid phone photo, natural daylight, true-to-life colors, ดูเหมือนโพสต์จริงบน Facebook/IG ของคนคนหนึ่ง — NOT a staged stock photo
ผมมี "เทมเพลตแนวทางน้ำเสียงแบรนด์" ฉบับเต็มอยู่ (จะวางให้ด้านล่าง) อยากให้ช่วยสัมภาษณ์ผมตามเทมเพลตนี้แบบครบทุกข้อ เพื่อสร้างไฟล์น้ำเสียงแบรนด์ วิธีที่อยากให้ทำ: - ไล่สัมภาษณ์ทีละหมวด ทีละหัวข้อ ตามลำดับในเทมเพลต ครบทุกข้อ ไม่ข้าม - แต่ละหัวข้อ ใช้ "คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ" ในเทมเพลตนั้นถามผม และโชว์ "ตัวอย่างคำตอบ" ในเทมเพลตให้ผมดูเป็นแนวด้วยทุกครั้ง - ถามทีละ 1 หัวข้อ รอผมตอบก่อนค่อยไปหัวข้อถัดไป (อย่ารัวทีเดียวหมด) - ถ้าผมตอบไม่ได้/ไม่แน่ใจ ให้ใช้ตัวอย่างในเทมเพลตช่วยร่างให้ผมเลือก - ถ้าผมตอบสั้นไป ช่วยถามต่อให้ได้รายละเอียดพอ พอสัมภาษณ์ครบ: - สรุปเป็น "ไฟล์น้ำเสียงแบรนด์" แยกไฟล์ จัดตามหมวดในเทมเพลต - ใส่ "ตัวอย่างประโยคจริง" แบบ ใช่/ไม่ใช่ ในทุกหัวข้อ เหมือนในเทมเพลต (ไม่ใช่แค่กฎลอยๆ — ต้องเห็นภาพทุกหัวข้อ) - ไฟล์ต้องแก้เองได้ง่าย ไม่ต้องยุ่งกับโค้ด แล้วเอาไปใช้ตอนคิดพาดหัว+เขียนแคปชัน - พอเสร็จ ลองสร้างโพสต์ใหม่ เทียบก่อน-หลังใส่น้ำเสียงให้ดู หมายเหตุ: หมวดที่เป็น "คำต้องห้าม/ข้อควรระวัง" (หมวด 5) ยังไม่ต้องทำในรอบนี้ เดี๋ยวผมแยกเป็นอีกไฟล์ (blacklist) ทีหลัง — รอบนี้โฟกัสหมวด 1-4 และ 6 เริ่มจากหมวด 1 ข้อแรกได้เลย --- เทมเพลตเต็ม (ผมวางด้านล่างนี้) --- แนวทางน้ำเสียงแบรนด์ สำหรับให้ AI เขียนแคปชันโซเชียลมีเดีย --- หมวด 1: ตัวตนแบรนด์ 1.1 แบรนด์ขายอะไร คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ธุรกิจของคุณขายสินค้า/บริการอะไร? - ลูกค้าซื้อเพราะอะไร? - ถ้าอธิบายให้คนที่ไม่รู้จักฟังใน 1 ประโยค จะพูดว่าอย่างไร? ตัวอย่างคำตอบ เราเป็นคาเฟ่ที่ขายกาแฟและเครื่องดื่มโฮมเมด จุดเด่นคือเมนูหวานน้อย ดื่มง่าย ใช้วัตถุดิบดี และบรรยากาศอบอุ่น เหมาะกับคนทำงานที่อยากพักระหว่างวัน --- 1.2 ลูกค้าหลักคือใคร คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ลูกค้าหลักเป็นใคร? - อายุประมาณเท่าไหร่? - เขาซื้อเพราะต้องการอะไร? - เขากังวลเรื่องอะไร? - เขาชอบแบรนด์ที่พูดกับเขาแบบไหน? ตัวอย่างคำตอบ ลูกค้าหลักคือผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 25–40 ปี ชอบกาแฟและขนม แต่ไม่ชอบหวานจัด ต้องการร้านที่นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย และรู้สึกว่าเจ้าของร้านใส่ใจรายละเอียด --- 1.3 บุคลิกแบรนด์ 3–5 คำ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ถ้าแบรนด์เป็นคนหนึ่งคน เขาจะเป็นคนแบบไหน? - เลือก 3–5 คำที่อธิบายแบรนด์นี้ได้ดีที่สุด - อยากให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไรเวลาอ่านข้อความของแบรนด์? ตัวอย่างคำตอบ อบอุ่น, จริงใจ, ละมุน, ใส่ใจ, เป็นกันเอง --- 1.4 แบรนด์เชื่อเรื่องอะไร คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์นี้มีความเชื่อหลักอะไร? - ทำไมถึงเริ่มทำธุรกิจนี้? - อะไรคือสิ่งที่แบรนด์อยากส่งต่อให้ลูกค้า? - แบรนด์ยอมเสียเวลา/ต้นทุนเพิ่มเพื่อรักษามาตรฐานเรื่องอะไร? ตัวอย่างคำตอบ เราเชื่อว่าเครื่องดื่มที่ดีไม่จำเป็นต้องหวานจัดหรือแต่งเยอะ แต่ควรเป็นแก้วที่ดื่มแล้วรู้สึกดี สดชื่น และรู้ว่าเจ้าของร้านตั้งใจทำจริงๆ --- 1.5 แบรนด์ไม่อยากเป็นแบบไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - มีภาพลักษณ์แบบไหนที่ไม่อยากให้แบรนด์เป็น? - ไม่อยากให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไร? - มีสไตล์การสื่อสารแบบไหนที่ไม่ชอบ? - แบรนด์ไม่อยากขายแบบไหน? ตัวอย่างคำตอบ ไม่อยากเป็นแบรนด์ที่ขายแรงเกินไป ใช้คำเว่อร์เกินจริง หรือพูดเหมือนบังคับให้ลูกค้าต้องซื้อทันที อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรากำลังแนะนำสิ่งดีๆ มากกว่ายัดเยียดขายของ --- หมวด 2: น้ำเสียงและระดับภาษา 2.1 ทางการแค่ไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์ควรใช้ภาษาทางการมากแค่ไหน? - ควรเหมือนประกาศจากบริษัท หรือเหมือนเจ้าของร้านคุยเอง? - ใช้ภาษาพูดได้ไหม? - มีคำสุภาพที่ต้องใช้เป็นประจำหรือไม่? ตัวอย่างคำตอบ ใช้ภาษาสุภาพแต่ไม่แข็ง เหมือนเจ้าของร้านคุยกับลูกค้าประจำ ใช้ภาษาพูดได้บ้าง เช่น "แวะมา", "ลองชิม", "แก้วนี้" แต่ยังต้องดูน่าเชื่อถือ --- 2.2 เป็นกันเองแค่ไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์คุยกับลูกค้าแบบสนิทได้แค่ไหน? - ใช้คำว่า "ทุกคน", "เพื่อนๆ", "สายกาแฟ", "คุณลูกค้า" ได้ไหม? - ควรมีระยะห่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้ามากน้อยแค่ไหน? ตัวอย่างคำตอบ เป็นกันเองระดับกลาง ใช้คำว่า "ทุกคน" หรือ "สายกาแฟ" ได้ แต่ไม่ใช้คำวัยรุ่นมากเกินไป เช่น "จึ้ง", "ตัวแม่", "รีบตำ" เพราะไม่ตรงกับภาพลักษณ์ร้าน --- 2.3 อารมณ์ขันได้ไหม คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์เล่นมุกได้ไหม? - มุกควรเป็นแบบน่ารัก เบาๆ หรือแซวแรงได้? - มีเรื่องไหนที่ห้ามล้อเล่นหรือไม่? - ใช้อารมณ์ขันในโพสต์ขายของได้ไหม? ตัวอย่างคำตอบ เล่นมุกเบาๆ ได้ เช่น มุกเกี่ยวกับกาแฟ ความง่วง วันทำงาน หรือฝนตก แต่ไม่ควรแซวลูกค้าแรง ไม่ใช้มุกประชด และไม่เล่นมุกที่ดูไม่สุภาพ --- 2.4 ผู้เชี่ยวชาญแค่ไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์ควรพูดแบบผู้เชี่ยวชาญมากแค่ไหน? - ใช้ศัพท์เฉพาะได้ไหม? - ถ้าใช้ศัพท์เฉพาะ ต้องอธิบายไหม? - ลูกค้าของแบรนด์เป็นมือใหม่หรือเข้าใจสินค้าอยู่แล้ว? ตัวอย่างคำตอบ พูดเรื่องกาแฟได้ เช่น คั่วกลาง, กลิ่นนัตตี้, aftertaste, acidity แต่ต้องอธิบายง่ายๆ ไม่ใช้ศัพท์จนลูกค้ารู้สึกว่าต้องเป็นคอกาแฟจริงจังถึงจะเข้าใจ --- 2.5 ขายตรงหรือขายนุ่ม คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์ควรขายแบบตรงๆ หรือค่อยๆ แนะนำ? - โพสต์ควรให้ข้อมูลก่อนขายไหม? - ใช้คำว่า "ซื้อเลย", "จองเลย", "ทักเลย" ได้ไหม? - CTA ควรเร่งด่วนแค่ไหน? ตัวอย่างคำตอบ ขายแบบนุ่ม ให้เริ่มจากเล่าเสน่ห์ของเมนูหรือปัญหาของลูกค้าก่อน แล้วค่อยชวนมาลอง ไม่ใช้คำกดดัน เช่น "ต้องรีบซื้อ", "พลาดแล้วเสียใจ" แต่ใช้คำว่า "แวะมาลองได้", "ทักมาสอบถามได้เลย" --- หมวด 3: ภาษาไทยที่ต้องกำหนด 3.1 แบรนด์เรียกตัวเองว่าอะไร คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - เวลาแบรนด์พูดถึงตัวเอง ควรใช้คำว่าอะไร? - ใช้ "เรา", "ทางร้าน", "แอดมิน", "ทีมงาน", "คุณหมอ", "ครู", หรือชื่อแบรนด์? - อยากให้เหมือนเจ้าของร้านพูดเอง หรือเหมือนแบรนด์พูด? ตัวอย่างคำตอบ ใช้คำว่า "เรา" เป็นหลัก เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองถ้าเป็นโพสต์แจ้งข่าวหรือเงื่อนไข ใช้คำว่า "ทางร้าน"ตัวอย่างประโยค: เราตั้งใจทำเมนูนี้ให้ดื่มง่ายขึ้น โดยยังคงกลิ่นหอมของกาแฟไว้ครบ --- 3.2 แบรนด์เรียกลูกค้าว่าอะไร คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ควรเรียกลูกค้าว่าอะไร? - ใช้ "คุณ", "ทุกคน", "ลูกค้า", "คุณลูกค้า", "เพื่อนๆ", "สายกาแฟ", "คนรักสุขภาพ" ได้ไหม? - มีคำไหนที่ห้ามใช้เรียกลูกค้าหรือไม่? ตัวอย่างคำตอบ ใช้ "ทุกคน" และ "สายกาแฟ" ได้ในโพสต์ทั่วไปใช้ "คุณลูกค้า" ในโพสต์แจ้งข้อมูลสำคัญไม่ใช้ "เพื่อนๆ" เพราะรู้สึกเด็กเกินไปสำหรับแบรนด์ตัวอย่างประโยค: ใครเป็นสายกาแฟที่ชอบรสละมุน ไม่หวานจัด แก้วนี้น่าจะถูกใจค่ะ --- 3.3 ใช้ครับ/ค่ะ/นะคะ/นะครับ หรือไม่ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - เสียงแบรนด์เป็นเพศชาย เพศหญิง หรือกลางๆ? - ใช้ "ครับ", "ค่ะ", "นะคะ", "นะครับ" หรือไม่? - ต้องใช้ทุกประโยคไหม หรือใช้เฉพาะบางจุด? - ถ้าเป็นแบรนด์ ไม่ใช่ตัวบุคคล ควรใช้คำลงท้ายแบบไหน? ตัวอย่างคำตอบ ใช้เสียงแบรนด์เป็นผู้หญิง ใช้ "ค่ะ" และ "นะคะ" ได้ แต่ไม่ต้องลงท้ายทุกประโยค เพราะจะดูเยอะเกินไปใช้เฉพาะประโยคสำคัญหรือช่วงปิดท้ายโพสต์ตัวอย่างประโยค: วันนี้เรามีเมนูใหม่ที่อยากให้ลองค่ะถ้าชอบกาแฟนุ่มๆ หวานน้อย แวะมาลองได้เลยนะคะ --- 3.4 คำลงท้ายที่ใช้ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - คำลงท้ายแบบไหนที่เข้ากับแบรนด์? - ใช้ "ค่ะ", "นะคะ", "จ้า", "น้า", "ค่าา", "เลยค่ะ" ได้ไหม? - คำไหนดูไม่เข้ากับแบรนด์? - ใช้คำลากเสียงได้ไหม? ตัวอย่างคำตอบ ใช้ "ค่ะ", "นะคะ", "ได้เลยค่ะ"หลีกเลี่ยง "จ้า", "น้าาา", "ค่าาา" เพราะดูเล่นเกินไปไม่ใช้คำลากเสียงเยอะ เพราะแบรนด์ต้องการความอบอุ่นแต่ยังดูพรีเมียมตัวอย่างประโยคที่ใช่: สนใจสอบถามเมนูเพิ่มเติมได้เลยค่ะตัวอย่างประโยคที่ไม่ใช่: รีบมาน้าาา เมนูนี้คือดีมากกก --- 3.5 คำที่ใช้ได้ / ใช้ไม่ได้ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - มีคำไหนที่แบรนด์ชอบใช้? - มีคำไหนที่ไม่อยากให้ AI ใช้? - คำไหนดูเว่อร์ ขายแรง หรือไม่ตรงแบรนด์? - มีคำเฉพาะของธุรกิจที่ต้องสะกดให้ถูกไหม? ตัวอย่างคำตอบ คำที่ใช้ได้: - หอมละมุน - ดื่มง่าย - หวานน้อย - ทำสด - ตั้งใจทำ - แวะมาลอง - เมนูประจำร้าน คำที่ไม่ใช้: - ปังมาก - จึ้งมาก - รีบตำ - ของมันต้องมี - ดีที่สุด - ห้ามพลาด - ฟินเวอร์ - ถูกที่สุด ตัวอย่างประโยคที่ใช่: แก้วนี้หอมละมุน ดื่มง่าย และหวานน้อยกว่าสูตรเดิมตัวอย่างประโยคที่ไม่ใช่: เมนูนี้ปังมาก ห้ามพลาด รีบมาตำด่วน --- หมวด 4: รูปแบบการเขียน 4.1 เปิดโพสต์แบบไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์ชอบเปิดโพสต์ด้วยอะไร? - คำถาม, เรื่องเล่า, ปัญหาลูกค้า, เมนูใหม่, โปรโมชัน หรือความรู้? - เปิดโพสต์แบบแรงๆ ได้ไหม? - มีสไตล์ Hook ที่ไม่อยากใช้ไหม? ตัวอย่างคำตอบ ชอบเปิดโพสต์ด้วยคำถามหรือเรื่องเล่าสั้นๆ ไม่เปิดแรงเกินไป ไม่ใช้คำขู่หรือเร่งรีบมากเกินไปตัวอย่าง Hook ที่ใช่: เคยไหม อยากดื่มกาแฟหวานน้อย แต่ยังอยากได้กลิ่นหอมชัดๆ?เมนูนี้เริ่มจากลูกค้าหลายคนบอกว่า อยากได้ลาเต้ที่นุ่มขึ้น แต่ไม่หวานเกินไปตัวอย่าง Hook ที่ไม่ใช่: ถ้ายังไม่ลองเมนูนี้ ถือว่าพลาดมาก --- 4.2 ปิดโพสต์แบบไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - อยากให้โพสต์จบด้วยความรู้สึกแบบไหน? - ปิดด้วยคำชวน, คำถาม, CTA, หรือประโยคอบอุ่น? - ต้องมีประโยคปิดท้ายประจำไหม? - ต้องชวนลูกค้าทำอะไรต่อ? ตัวอย่างคำตอบ ปิดด้วยคำชวนแบบนุ่มๆ ให้รู้สึกว่าแวะมาได้ ไม่บังคับซื้อตัวอย่างประโยคปิดที่ใช่: ถ้าวันนี้อยากได้กาแฟสักแก้วที่ดื่มแล้วสบายใจ แวะมาหาเราได้เลยค่ะใครชอบเมนูหวานน้อย ลองถามแอดมินก่อนได้เลยนะคะตัวอย่างประโยคปิดที่ไม่ใช่: รีบทักด่วนก่อนหมด ไม่งั้นเสียใจแน่นอน --- 4.3 CTA แบบไหน คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - อยากให้ลูกค้าทำอะไรหลังอ่านโพสต์? - CTA หลักคืออะไร: ทักแชท, โทร, จองคิว, สั่งซื้อ, แวะหน้าร้าน, คอมเมนต์, แชร์? - CTA ควรสุภาพหรือเร่งด่วน? - มีคำ CTA ประจำแบรนด์ไหม? ตัวอย่างคำตอบ CTA หลักคือชวนแวะมาที่ร้าน และทักแชทสอบถามเมนูใช้ CTA แบบสุภาพ ไม่เร่งเร้าตัวอย่าง CTA: - แวะมาลองที่ร้านได้เลยค่ะ - ทักแชทมาสอบถามเมนูประจำวันได้เลย - สั่งล่วงหน้าทาง Inbox ได้ค่ะ - อยากให้ช่วยแนะนำเมนู ทักมาหาเราได้เลยนะคะ --- 4.4 ใช้ Emoji ไหม คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ใช้ Emoji ได้ไหม? - ใช้เยอะแค่ไหน? - Emoji แบบไหนที่เข้ากับแบรนด์? - Emoji แบบไหนไม่ควรใช้? - วาง Emoji ตรงไหน: หัวข้อ, bullet, CTA หรือท้ายประโยค? ตัวอย่างคำตอบ ใช้ Emoji ได้เล็กน้อย ประมาณ 2–4 ตัวต่อโพสต์ ใช้เพื่อแบ่งหัวข้อหรือเพิ่มความอบอุ่น ไม่ใส่ทุกบรรทัดEmoji ที่ใช้ได้: - ☕ - 🍯 - ✨ - 🌿 - 📌 Emoji ที่ไม่ใช้: - 🔥 - 😱 - 💥 - 😂 - 🤑 ตัวอย่างที่ใช่: ☕ เมนูใหม่ประจำสัปดาห์หอมละมุน ดื่มง่าย และหวานน้อยกว่าสูตรเดิมตัวอย่างที่ไม่ใช่: 🔥🔥 เมนูใหม่มาแล้ววว 😱 ใครไม่ลองพลาดมากกก 💥 --- 4.5 ใช้ Hashtag ไหม คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ใช้ Hashtag หรือไม่? - ใช้กี่อันต่อโพสต์? - Hashtag หลักของแบรนด์คืออะไร? - ต้องมี Hashtag ตามพื้นที่ สินค้า หรือแคมเปญไหม? ตัวอย่างคำตอบ ใช้ Hashtag ได้ 3–6 อันต่อโพสต์ วางไว้ท้ายโพสต์เท่านั้น ไม่ใส่แทรกระหว่างเนื้อหาตัวอย่าง Hashtag: #MellowCupCafe#คาเฟ่กรุงเทพ#กาแฟหวานน้อย#คาเฟ่นั่งทำงาน#ลาเต้โฮมเมด --- 4.6 ความยาวโพสต์ที่ชอบ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - โพสต์ควรสั้น กลาง หรือยาว? - อยากให้อ่านเร็ว หรือเล่าแบบมีรายละเอียด? - ใช้ Bullet ได้ไหม? - เว้นบรรทัดเยอะไหม? - โพสต์ขายกับโพสต์ให้ความรู้ควรยาวเท่ากันไหม? ตัวอย่างคำตอบ โพสต์ทั่วไปควรยาวประมาณ 5–8 บรรทัด อ่านง่าย เว้นบรรทัดสั้นๆโพสต์ให้ความรู้ยาวได้มากขึ้น แต่ต้องแบ่งเป็นหัวข้อโพสต์โปรโมชันควรสั้น ชัด เห็นราคาและเงื่อนไขง่ายตัวอย่างโครงสร้างโพสต์: Hook 1–2 บรรทัดอธิบายเมนู/ประโยชน์ 3–4 บรรทัดCTA 1 บรรทัดHashtag ท้ายโพสต์ --- หมวด 5: ข้อควรระวัง 5.1 คำต้องห้าม คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - มีคำไหนที่ไม่อยากให้แบรนด์ใช้เด็ดขาด? - คำไหนดูขายแรงเกินไป? - คำไหนดูไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้า? - คำไหนทำให้แบรนด์ดูไม่น่าเชื่อถือ? ตัวอย่างคำตอบ ห้ามใช้คำเหล่านี้: - ถูกที่สุด - ดีที่สุด - ห้ามพลาด - รีบตำ - ปังมาก - จึ้งมาก - เห็นผลทันที - รับประกันผล - เปลี่ยนชีวิต - ด่วนมาก เหตุผล: เพราะแบรนด์ต้องการดูจริงใจ อบอุ่น และน่าเชื่อถือ ไม่อยากให้ข้อความดูเหมือนโฆษณาเกินไป --- 5.2 Claims ที่ห้ามใช้ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - สินค้า/บริการนี้มีคำเคลมอะไรที่ต้องระวังไหม? - มีคำไหนที่อาจผิดกฎหมายหรือเสี่ยงเกินจริงไหม? - มีผลลัพธ์อะไรที่ไม่ควรการันตีไหม? - ต้องมีข้อความกำกับหรือ Disclaimer ไหม? ตัวอย่างคำตอบ สำหรับคาเฟ่/อาหาร: ห้ามเคลมว่า "ดีต่อสุขภาพแน่นอน", "กินแล้วไม่อ้วน", "เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน"ถ้าเป็นเมนูหวานน้อย ให้พูดว่า "หวานน้อยกว่าสูตรปกติ" ไม่ใช่ "ไม่อ้วน"สำหรับคลินิก: ห้ามใช้คำว่า "เห็นผลทันที", "ปลอดภัย 100%", "หายขาด", "หน้าเด็กลงแน่นอน"ควรใช้ว่า "ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล"สำหรับคอร์สเรียน: ห้ามการันตีรายได้ เช่น "เรียนแล้วรวยแน่นอน"ควรใช้ว่า "ช่วยให้เข้าใจระบบและนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้" --- 5.3 ประเด็นอ่อนไหว คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - มีเรื่องไหนที่แบรนด์ไม่ควรแตะ? - เรื่องรูปร่าง หน้าตา อายุ รายได้ โรค ความเชื่อ หรือสถานะครอบครัว ต้องระวังไหม? - มีประเด็นไหนที่ลูกค้าอาจรู้สึกถูกตัดสินหรือไม่สบายใจ? - ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความกลัวหรือความอับอายไหม? ตัวอย่างคำตอบ หลีกเลี่ยงการทำให้ลูกค้ารู้สึกผิด เช่น "ปล่อยตัว", "อ้วน", "แก่", "ไม่ดูแลตัวเอง"ถ้าต้องพูดถึงปัญหา ให้ใช้ภาษานุ่มและให้กำลังใจ เช่น "สำหรับคนที่อยากดูแลตัวเองมากขึ้น" แทน "คนที่ปล่อยตัวมานาน" --- 5.4 กฎหมายเฉพาะธุรกิจ คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านโฆษณาหรือไม่? - เช่น คลินิก, อาหารเสริม, การเงิน, ประกัน, การลงทุน, การศึกษา, อสังหา - มีคำหรือภาพแบบไหนที่แพลตฟอร์มไม่อนุญาตไหม? - ต้องให้ใครตรวจข้อความก่อนโพสต์หรือไม่? ตัวอย่างคำตอบ หากเป็นโพสต์เกี่ยวกับบริการคลินิก ต้องหลีกเลี่ยงคำเคลมผลลัพธ์เกินจริง และไม่ใช้ Before/After ที่ทำให้เข้าใจผิดหากเป็นโพสต์เกี่ยวกับการเงิน ต้องไม่การันตีผลตอบแทน และต้องระบุความเสี่ยงให้เหมาะสม --- 5.5 วิธีพูดถึงคู่แข่ง คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - แบรนด์สามารถเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ไหม? - พูดถึงร้านอื่น/แบรนด์อื่นได้หรือไม่? - ใช้คำว่า "ต่างจากร้านทั่วไป" ได้ไหม? - ต้องการเลี่ยงการโจมตีคู่แข่งหรือไม่? ตัวอย่างคำตอบ ไม่โจมตีคู่แข่ง ไม่ใช้คำว่า "ร้านอื่นใช้ของไม่ดี"ถ้าต้องเปรียบเทียบ ให้พูดจากจุดเด่นของเราแทน เช่น "เราเลือกใช้เมล็ดคั่วกลาง เพราะอยากให้รสชาตินุ่มและดื่มง่ายขึ้น"ตัวอย่างที่ใช่: เราเลือกทำสูตรหวานน้อย เพื่อให้ลูกค้าดื่มได้สบายขึ้นในทุกวันตัวอย่างที่ไม่ใช่: ร้านอื่นหวานเกินไป แต่ร้านเราดีกว่า --- หมวด 6: ตัวอย่างจริง 6.1 โพสต์ที่ใช่ 3–5 ตัวอย่าง คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ช่วยแปะโพสต์เก่าที่รู้สึกว่า "นี่แหละเสียงแบรนด์เรา" - ชอบโพสต์นี้เพราะอะไร? - ชอบตรงภาษา โทน ความยาว วิธีขาย หรือวิธีเล่าเรื่อง? - อยากให้ AI เขียนใกล้เคียงโพสต์นี้แค่ไหน? ตัวอย่างคำตอบ ตัวอย่างโพสต์ที่ใช่: วันนี้เราลองปรับสูตรลาเต้น้ำผึ้งให้นุ่มขึ้นกว่าเดิมค่ะใช้น้ำผึ้งหอมๆ ในปริมาณที่พอดี ไม่หวานจัด และยังได้กลิ่นกาแฟชัด ใครชอบกาแฟที่ดื่มง่าย แต่ยังมีความพิเศษเล็กๆ ในแก้ว แวะมาลองได้เลยนะคะ ☕เหตุผลที่ใช่: ฟังดูอบอุ่น เป็นธรรมชาติ ไม่ขายแรงเกินไป มีรายละเอียดของเมนู และจบด้วยการชวนแบบนุ่มๆ --- 6.2 โพสต์ที่ไม่ใช่ 3–5 ตัวอย่าง คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - ช่วยแปะโพสต์ที่ไม่ชอบ หรือไม่อยากให้ AI เขียนออกมาแบบนี้ - ไม่ชอบเพราะอะไร? - ขายแรงไปไหม? - ภาษาเด็กไปไหม? - ทางการเกินไปไหม? - ใช้คำเว่อร์เกินจริงไหม? ตัวอย่างคำตอบ ตัวอย่างโพสต์ที่ไม่ใช่: ลาเต้น้ำผึ้งตัวแม่มาแล้ว!หอมจึ้ง หวานฟิน ดื่มแล้วสดชื่นแบบตะโกนใครยังไม่ลองคือพลาดมาก รีบมาตำด่วน!เหตุผลที่ไม่ใช่: ใช้คำวัยรุ่นเกินไป เช่น "ตัวแม่", "จึ้ง", "ฟิน", "รีบมาตำ" ทำให้แบรนด์ดูไม่อบอุ่นและไม่พรีเมียมพอ --- 6.3 เหตุผลว่าชอบ/ไม่ชอบเพราะอะไร คำถามที่ใช้ถามเจ้าของธุรกิจ - โพสต์ที่ชอบ ชอบเพราะอะไร? - โพสต์ที่ไม่ชอบ ไม่ชอบเพราะอะไร? - ถ้าต้องให้ AI จำ 3 หลักในการเขียนเหมือนแบรนด์ ควรจำอะไร? - มีรูปแบบประโยคไหนที่อยากให้ใช้ซ้ำได้? - มีรูปแบบประโยคไหนที่ห้ามใช้ซ้ำ? ตัวอย่างคำตอบ หลักที่อยากให้ AI จำ: 1. เขียนเหมือนเจ้าของร้านแนะนำเอง 2. สุภาพ อบอุ่น ไม่เร่งขาย 3. อธิบายรสชาติหรือจุดเด่นให้เห็นภาพ 4. ใช้คำลงท้าย "ค่ะ/นะคะ" พอดี ไม่เยอะเกินไป 5. หลีกเลี่ยงคำวัยรุ่นและคำขายแรง ตัวอย่างประโยคที่อยากให้ใช้บ่อย: แก้วนี้เหมาะกับคนที่ชอบ...เราตั้งใจทำเมนูนี้ให้...ถ้าอยากได้รสชาติที่... แวะมาลองได้เลยค่ะตัวอย่างประโยคที่ไม่อยากให้ใช้: ห้ามพลาดรีบตำดีที่สุดปังมากของมันต้องมี --- สรุป Brand Voice Guideline ฉบับย่อ ให้ AI จำว่าแบรนด์นี้ควรเขียนแบบนี้ เขียนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น จริงใจ และเป็นกันเอง เหมือนเจ้าของร้านแนะนำเมนูให้ลูกค้าประจำ ใช้ภาษาไทยสุภาพแต่ไม่แข็ง ใช้คำว่า "เรา" แทนแบรนด์ และเรียกลูกค้าว่า "ทุกคน" หรือ "สายกาแฟ" ได้ ใช้ "ค่ะ/นะคะ" แบบพอดี ไม่ลงท้ายทุกประโยค หลีกเลี่ยงคำขายแรง คำวัยรุ่น และคำเคลมเว่อร์ เช่น "ปังมาก", "จึ้ง", "รีบตำ", "ดีที่สุด", "ห้ามพลาด" โพสต์ควรเปิดด้วยคำถามหรือเรื่องเล่าสั้นๆ อธิบายจุดเด่นของสินค้าให้เห็นภาพ แล้วปิดด้วย CTA แบบนุ่มๆ เช่น "แวะมาลองได้เลยค่ะ" หรือ "ทักมาสอบถามเมนูได้เลยนะคะ"
เอาล่ะ ต่อไปมาเริ่มสร้างไฟล์ DontRules.md << ผมเปลี่ยนเป็นชื่อนี้ แทน blacklist.md ก่อนอื่น ให้เริ่มสัมภาษณ์ผมต่อ เหมือนเดิม
ผมยังมี อีกชุดนึงที่อยากให้ใส่เข้าไป เพื่อไม่ให้ content ดูเหมือน AI เขียน ซึ่งผมมี pattern ประโยคที่ รู้สึกว่ามาจาก AI อยู่ ดังนี้ 🚫 กลุ่มคำ "พัง" (ดราม่าเกินจริง) ตัวอย่าง... - การตลาดแบบเดิมพังไปหมดแล้ว - วิธีทำคอนเทนต์แบบเก่าๆ พังยับเมื่อเจอ AI - AI ตัวนี้มาปุ๊บ วงการเอเจนซี่พังทั้งวงการ - ยิงแอดแบบเดิม งบพังกระจุยไม่เหลือ - ถ้ายังทำแบบนี้อยู่ ธุรกิจคุณพังแน่นอน - โมเดลธุรกิจเดิมกำลังจะพังต่อหน้าต่อตา - คนที่ไม่ปรับตัวจะพังก่อนใคร - ระบบที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้ มันพังตั้งแต่แรกแล้ว - แผนการตลาดปีนี้พังไม่เป็นท่าถ้าไม่มี AI - ทำแบบเดิมต่อไป รับรองพังไม่เหลือซาก 🚫 "คนส่วนใหญ่พลาดตรงนี้" (pseudo-insight) ตัวอย่าง... - คนส่วนใหญ่พลาดตรงที่คิดว่า AI ทำได้ทุกอย่าง - สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ Claude อ่านไฟล์ทั้งโฟลเดอร์ได้ในทีเดียว - 90% ของคนยิงแอดพลาดตั้งแต่ตั้งกลุ่มเป้าหมาย - ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ AI เก่งแค่ไหนขึ้นกับคำถามคุณ - คนส่วนใหญ่ใช้ ChatGPT ผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว - จุดที่หลายคนมองข้ามคือการเขียน context ให้ AI ก่อนสั่งงาน - เชื่อไหมว่า 8 ใน 10 คนทำพลาดข้อนี้ตั้งแต่ก้าวแรก - สิ่งที่ไม่มีใครบอกคุณเกี่ยวกับการยิงแอดคือต้นทุนที่ซ่อนอยู่ - คนส่วนใหญ่โฟกัสผิดจุด — มัวสนใจยอดไลก์ ทั้งที่ควรดูยอดขาย - นี่คือสิ่งที่แยกมือโปรออกจากมือใหม่ (แล้วค่อยเฉลย) 🚫 "ไม่ใช่ X แต่คือ Y" (reframe formula) ตัวอย่าง... - Claude Code ไม่ใช่แค่เครื่องมือเขียนโค้ด แต่คือพนักงานคนที่สองของคุณ - AI ไม่ใช่ตัวมาแทนคน แต่คือตัวขยายศักยภาพคน - ปัญหาไม่ใช่งบยิงแอดน้อย แต่คือคุณยิงผิดกลุ่ม - สิ่งที่ลูกค้าซื้อไม่ใช่สินค้า แต่คือความรู้สึกปลอดภัย - ChatGPT ไม่ใช่ Google เวอร์ชันใหม่ แต่คือผู้ช่วยที่คิดเองได้ - เป้าหมายไม่ใช่โพสต์ให้บ่อย แต่คือโพสต์ให้โดน - คู่แข่งตัวจริงไม่ใช่ร้านข้างๆ แต่คือความเฉยชาของลูกค้า - AI ไม่ใช่เทรนด์ที่จะผ่านไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ - สิ่งที่ทำให้แบรนด์โตไม่ใช่ยอดวิว แต่คือความไว้ใจ - Prompt ที่ดีไม่ใช่คำสั่งที่ยาว แต่คือคำสั่งที่ชัด
ตอนนี้เราได้ 2 files มาแล้วคือ brandvoice.md และ dontrules.md ช่วยต่อสองไฟล์นี้เข้ากับ pipeline ของระบบ โดยทุกครั้งที่ระบบจะคิด Content ต้องอ้างอิงสองไฟล์นี้เสมอ หรือถ้ามีคำแนะนำอื่นๆ หรือมีวิธีที่ดีกว่า ช่วยแนะนำด้วย
ผมอยากทดสอบ ให้คุณส่งมาทางนี้ ก็คือ ให้ทำมา 2 แบบ 1. แบบที่ใช้ 2 ไฟล์ล่าสุดแล้ว 2. กับแบบที่ยังไม่ได้ใช้ เพื่อเปรียบเทียบกัน และต้องใช้ GPT 5.4 mini gen มาให้นะ ขอทดสอบสัก 3 หัวข้อ ที่เป็นแบบ "ของแจก" ดังนั้น caption ต้องเป็นแบบที่ใช้กับ "ของแจกจริงๆ" คุณเลือกหัวข้อมาให้เลย แล้วระบุ และวิเคราะห์ด้วยว่า ของใหม่ กับของเดิม ต่างกันตรงไหน
อยากให้ช่วยสรุปโครงสร้างค่าใช้จ่ายในการคิด Caption (ของแจก) ตอนนี้ เพราะว่า เราได้มีการปรับค่อนข้างเยอะ มีการใช้ไฟล์อ้างอิงเยอะ ผมอยากจะดูว่า จะปรับ หรือประหยัดตรงไหน เพิ่มขึ้นได้บ้าง ช่วยเสนอแนะด้วย ช่วยแนะนำทั้งส่วนของ Input / Output ให้บอกค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนเป็น % ด้วย และช่วยสรุปค่าใช้จ่ายตอนคิด 30 หัวข้อมาให้ด้วย
เดี๋ยวผมจะสร้างอีกไฟล์นึง คือไฟล์ brand-ci.md ซึ่งในไฟล์นี้จะระบุ โค้ดสีต่างๆ สไตล์ font และระบุเรื่อง logo ก่อนอื่น ให้คุณช่วยแกะ code สี ของตัว artwork ผมเอารูปภาพ 4 รูป [ระบุชื่อไฟล์] ไปวางใน folder ให้แล้ว และก็สไตล์ font ที่สามารสั่งได้กับ GPT Image 2.0 ขอให้ใกล้เคียงที่สุด (ซึ่งต้องทำมาให้ผมเลือกหลายๆอัน แล้วผมจะคัดเลือกอีกที ว่าอันไหนใกล้เคียงที่สุด)
ก่อนที่จะสร้างไฟล์ ผมอยากให้ลองสร้างรูปภาพจาก Content ที่เราเคยทำมาแล้ว ด้วย GPT Image 2.0 แล้วลองใช้ รหัสสี กับ font style มาให้ผมดูเป็นตัวอย่างสัก 5 แบบ ที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่อง รหัสสี และ font ซิ
ผมอยาก redesign ตัวหน้า webapp ให้เป็นแบรนด์ของผมล้วนๆ ดังนั้น น่าจะต้องทำดังนี้ 1. เอาเรื่องเกี่ยวกับ honey cafe ออกไปให้หมด 2. เหลือแค่เรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจผมเท่านั้น 3. ต้องปรับสี ปรับหน้าตาทุกอย่าง ตาม brand-ci.md หรือถ้ามีอื่นๆ ช่วยแนะนำด้วย ผมอยากให้เสนอมาเป็น wireframe ก่อนสัก 3 แบบให้เลือก
รวม Prompt Chapter 3 ทุก EP — เชื่อมเว็บแอปเข้ากับ Facebook Page แล้วโพสต์จริง (ตั้งค่า Page Access Token · โพสต์/ตั้งเวลา) ก๊อปแล้ววางใน Claude Code ได้เลย
คุณคือผู้ช่วยพาผมตั้งค่า Facebook Page Access Token แบบจับมือทำทีละขั้น
ผมไม่ใช่สายเทค อธิบายเป็นภาษาคนง่ายๆ ตลอด
🎯 เป้าหมาย: ผมมีเว็บแอปที่จะโพสต์รูป+แคปชั่นขึ้นเพจ Facebook ของผมอัตโนมัติ
ผมต้องได้ "Page Access Token" + "Page ID" เอาไปใส่ไฟล์ .env ของแอป
━━ กติกาที่คุณต้องทำตลอด (สำคัญมาก) ━━
1. ทำทีละขั้น — ก่อนลงมือแต่ละขั้น "หยุดอธิบายก่อน" ว่ากำลังจะทำอะไร ทำไม
ด้วยภาษาง่ายๆ แล้วรอผมพิมพ์ "โอเค" ค่อยทำต่อ ห้ามรวบหลายขั้นทีเดียว
ผมมีติดตั้ง Claude in Chrome ไว้เรียบร้อยแล้ว ช่วยเปิดขึ้นมาให้ผม แล้วบอกด้วยว่า ผมจะหาเจอได้ยังไง
2. ขั้นที่เป็นความปลอดภัย (ยอมรับสิทธิ์ / กดสร้าง / กดยืนยัน / ก๊อป token)
ให้ "ผมกดเอง" — คุณแค่พาไปถึงหน้านั้นแล้วบอกให้ผมกด
3. ห้ามแสดง token เต็มๆ ออกมา + เตือนผมว่าอย่าให้ token ขึ้นกล้อง/อย่าพิมพ์ที่สาธารณะ
(token = กุญแจเพจ ใครได้ไปโพสต์แทนเราได้)
4. token เก็บใน .env เท่านั้น ห้าม commit ขึ้น git
━━ เริ่มด้วยการสัมภาษณ์ผมก่อน (ถามทีละคำถาม รอผมตอบ) ━━
ก. ชื่อเพจ Facebook ที่จะใช้คืออะไร? ผมเป็นแอดมินของเพจนี้ใช่ไหม?
ข. เพจนี้อยู่ใน "Business Manager / Business Portfolio" ไหม?
- ถ้าผมไม่แน่ใจ ให้คุณพาไป business.facebook.com/settings เช็คให้ว่า
เพจอยู่ใน business ตัวไหนหรือเปล่า แล้วสรุปให้ผมฟัง
━━ จากคำตอบ ให้เลือกเส้นทาง ━━
【 เส้นทาง A — เพจไม่ได้อยู่ใน Business (ง่าย, token อายุ 60 วัน) 】
1. developers.facebook.com → ถ้ายังไม่มี App: My Apps → Create App → เลือกแบบ Business → ตั้งชื่อ → สร้าง (ผมกดสร้างเอง)
2. เลือก use case "Manage everything on your Page"
3. Tools → Graph API Explorer → เลือกแอปนี้
4. กด Generate Access Token → เลือกเพจของผม + ยอมรับสิทธิ์ (ผมกดเอง)
5. ช่อง "User or Page" → Get Page Access Token → เลือกเพจของผม
6. เช็คว่า token ถูกเพจ: พิมพ์ me?fields=name แล้ว Submit
→ ต้องขึ้น "ชื่อเพจ" (ถ้าขึ้นชื่อคน = ยังเป็น User token ให้กลับไปทำข้อ 5)
7. ทำ token อายุยาว: Tools → Access Token Debugger → วาง → Extend Access Token
8. ให้ผมก๊อป Page token + หา Page ID (พิมพ์ me?fields=id,name)
【 เส้นทาง B — เพจอยู่ใน Business (System User, token ไม่หมดอายุ) 】
1. business.facebook.com → Business Settings ของ business เจ้าของเพจ
- ถ้าเพจอยู่คนละ business กับที่จะทำงาน ให้แชร์/เพิ่มเพจเข้ามาก่อน
2. Accounts → Apps → Connect an app ID (เพิ่มแอปเข้า business)
- ถ้ายังไม่มีแอป ให้ไปสร้างที่ developers.facebook.com ก่อน
3. Users → System Users → สร้าง System User ใหม่
4. เลือก System User นั้น → Assign assets:
- เพจ → เปิดสิทธิ์ Content + Community activity
- แอป → เปิด Develop
5. Generate token → เลือกแอป → expiration = Never →
ติ๊กสิทธิ์: pages_show_list, pages_manage_posts, pages_read_engagement, pages_manage_engagement
→ ผมกด Generate + ก๊อปเอง (โชว์ครั้งเดียว! พลาดต้อง generate ใหม่)
นี่คือ System User token = ไม่หมดอายุ
6. เตือนผมให้ชัด (สำคัญมาก เพราะคนพลาดบ่อย):
- System User token "me" = ตัว system user ไม่ใช่เพจ →
ในโค้ดต้องยิงไป /{page-id}/feed (ไม่ใช่ /me/feed)
- ถ้าจะโพสต์แบบตั้งเวลา/unpublished ต้องดึง Page token จาก system user token ก่อน:
GET /{page-id}?fields=access_token แล้วค่อยโพสต์ด้วย Page token นั้น
7. หา Page ID ให้ผม (me?fields=id หรือดูใน Business Settings)
━━ ตอนจบ (ทั้งสองเส้นทาง) ━━
- สรุปให้ผมว่าได้อะไรมาบ้าง แล้วต้องใส่ .env บรรทัดไหน:
FACEBOOK_PAGE_ACCESS_TOKEN=...
FACEBOOK_PAGE_ID=...
- ย้ำอีกครั้ง: แก้ .env แล้ว "ต้อง restart แอป" ทุกครั้ง เพราะแอปอ่าน .env ตอนเปิดเซิร์ฟเวอร์ครั้งเดียว
เริ่มจากสัมภาษณ์ผมได้เลย ถามทีละคำถาม รอผมตอบก่อนค่อยไปต่อต่อมา ผมอยากให้คุณสร้างปุ่มทดลองโพสจริงใน FB โดยมี 2 แบบ 1. โพสแบบ schedule ไปล่วงหน้า 1 ชั่วโมง โดยผมคาดหวังว่า โพสต์มันจะไปโผล่ใน tab schedule แล้วผมไปเช็คได้ว่ามันแสดงผลจริง และลบได้เองในหน้าจัดการ FB fanpage (Content Meta suit) 2. โพสแบบ unpublished post หรือ dark post แล้วผมเข้าไปเช็คได้เองเช่นกัน ขอให้ปุ่มอยู่ที่หน้า home เลย
ผมทดสอบเสร็จแล้ว ดังนั้นให้คุณเอาปุ่มทดสอบออก แต่ให้เอาเรื่องการโพสจริง ไปใช้กับตอน step สุดท้ายของ flow ที่จะโพสจริงๆได้เลย
รวม Prompt Chapter 4 ทุก EP — พาเว็บแอปจากเครื่องเรา ขึ้นอินเทอร์เน็ตจริง เปิดจากมือถือได้ (Railway CLI · Deploy · API Key · GitHub Auto-Deploy) ก๊อปแล้ววางใน Claude Code ได้เลย
ผมกำลังจะเอาเว็บแอปนี้ขึ้นคลาวด์ที่ชื่อ Railway ให้คนอื่นเข้าใช้ได้จริง แต่ก่อนเริ่ม ช่วยเตรียมเครื่องมือให้พร้อมก่อน: 1. ติดตั้ง Railway CLI (เครื่องมือสั่งงาน Railway จากเทอร์มินัล) ให้หน่อย เสร็จแล้วเช็คด้วยว่าใช้ได้จริง เวอร์ชันอะไร 2. ผมได้ยินมาว่า Railway มีชุดความรู้สำหรับผู้ช่วย AI ด้วย (railway skills) ติดตั้งให้ด้วย แล้วอธิบายหน่อยว่ามันคืออะไร ช่วยอะไรคุณได้บ้าง 3. ยังไม่ต้องล็อกอิน ยังไม่ต้องเอาอะไรขึ้นคลาวด์ทั้งนั้น — แค่เตรียมเครื่องมือให้พร้อม
เว็บแอปนี้ตอนนี้รันได้แค่ในเครื่องผม ช่วยเอาขึ้นคลาวด์ Railway ให้หน่อย เป้าหมายคือผมต้องเปิดเว็บนี้จากมือถือได้จริง ขอแบบนี้: - ตรวจโค้ดก่อนว่ามีตรงไหนที่ยังขึ้นคลาวด์ไม่ได้บ้าง แล้วแก้ให้เลย แต่แก้แล้วต้องยังรันในเครื่องผมได้เหมือนเดิมด้วย อย่าให้พัง - ไฟล์ลับ (.env ที่มี API key) ห้ามหลุดขึ้นคลาวด์เด็ดขาด - ผมยังไม่เคยล็อกอิน Railway ในเครื่องนี้ — ถ้าถึงขั้นตอนที่ต้องล็อกอิน หรือต้องให้ผมกดอะไรเองในเบราว์เซอร์ ให้หยุดบอกผมก่อนทุกครั้ง - เสร็จแล้วขอลิงก์เว็บจริง แบบใช้โดเมนฟรีของ Railway ที่เปิดจากมือถือ/คอมพิวเตอร์ได้เลย
ตอนนี้ถ้าผมแก้เว็บ ต้องสั่งอัปโหลดขึ้น Railway เองทุกครั้งใช่ไหม ผมอยากได้แบบ: แค่เซฟงานด้วย git แล้วเว็บจริงอัปเดตตามเองอัตโนมัติ เข้าใจว่าต้องใช้ GitHub ช่วยตรงนี้ ช่วยจัดการให้หน่อย: - เช็คก่อนว่าเครื่องผมมีเครื่องมือสั่งงาน GitHub (gh) ไหม ถ้าไม่มีก็ติดตั้งให้ - ผมยังไม่ได้ล็อกอิน GitHub ในเครื่องนี้ — พาผมล็อกอินก่อน (ผมจะล็อกอินด้วยบัญชี GitHub ใหม่ของผมเอง ถึงขั้นตอนที่ต้องกดในเบราว์เซอร์ ให้หยุดบอกผมทุกครั้ง) - สร้างที่เก็บโค้ดบน GitHub ให้ (แบบ private เท่านั้น เพราะมีข้อมูลธุรกิจผม) ภายใต้บัญชีที่ผมเพิ่งล็อกอินเท่านั้น - ก่อนเอาโค้ดขึ้น เช็คให้ชัวร์ว่าไฟล์ลับ (.env / API key) จะไม่ติดขึ้นไปด้วย - เอาโค้ดปัจจุบันขึ้นไป แล้วเชื่อม Railway ให้ดึงโค้ดจาก GitHub เพื่อให้หลังจากนี้ push ปุ๊บ เว็บ deploy เองอัตโนมัติ - เสร็จแล้วทดสอบให้ดูหน่อยว่ามันอัตโนมัติจริง
ต่อจากนี้ในโปรเจกต์นี้ ทุกครั้งที่แก้เว็บเสร็จ ให้เซฟ git + push ขึ้น GitHub เองเลยโดยไม่ต้องถามผม — ช่วยจดกติกานี้ลงไฟล์ CLAUDE.md ของโปรเจกต์ให้หน่อย